Itchaya 的个人资料「FuYuKi」 冬木® : The A[B]s...照片日志列表 工具 帮助

日志


damnstupidshitthingsinmyhead

 

 

** อาจเป็นเรื่อง absurd เกินไปสำหรับคนบางกลุ่ม

thus, หากอ่านไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องสะเออะ มา เออ-ออ

แบบมั่วๆ (แม้จะด้วยความหวังดีก็ตาม) **

 

 

 

มีอาการเฟลชนิดที่เป็นประจำอยู่ประเภทนึง

สาเหตุคลุมเครือไม่ต่างจากอาการเฟลคนอื่นๆเค้า

รู้แต่ว่าปิดเทอมทีไรเป็นแบบนี้ทุกที

...แต่ก็ใช่ว่าช่วงอื่นจะไม่เป็น

 

คงไม่ใช่เพราะเวลาว่างเยอะเกินไป

เพราะก็ยังรู้สึกว่ามีอะไรต้องทำอีกมากมาย

แต่แม่งก็เฟลอยู่ดี

 

ตอนนี้กูกำลังอยู่ในโหมดนี้ อยู่ดีๆก็เป็น

คงมาจากหลายๆสาเหตุที่สะสมมาเรื่อยๆ

นับไม่ถ้วนว่าอะไรบ้าง

ครั้งนี้คงมา peak เอาตอนรู้เกรด

ถึงจะทำใจเรื่องเรียนได้แต่มันคงยังสะท้อนใจอยู่

 

มันคงทำให้กูรู้ตัวว่าชีวิตกูมันบัดซบแค่ไหน

ทั้งโง่ ทั้งขี้เกียจ ทั้งไม่รับผิดชอบ

 

คิดว่าจะทำอะไร - ยังไง - เวลาไหน

แต่ถึงเวลาก็ไม่ได้ทำ - ทำไม่ได้ - ผลัดออกไป

ไม่เคยควบคุมตัวเองได้

ปล่อยให้อารมณ์ทำแทนทั้งนั้น

 

ไม่ใช่แค่เรื่องเรียน..

แต่มองทะลุไปถึงแง่มุมอื่นๆที่ฉายชัดอยู่

..สันดานเลวพวกนั้นที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นกู

 

จะว่าไปสาเหตุที่เฟลมันดูไม่ relevant กับผลสักเท่าไหร่

มันกลายเป็นว่ากู..

 

รู้สึกไม่อยากให้ชีวิตเกี่ยวข้องกับคนรอบตัว

รู้สึกว่าชีวิตที่ต้องพบเจอคนมากมายมันน่ารำคาญ

รู้สึกเบื่อต้องคุยแบบ จิ๊จ๊ะอิ๊อ๊ะกับมนุษย์คนอื่น

รู้สึกอยากหนีจากความเบาหวิวเหลือทนของสิ่งมีชีวิต

รู้สึกสะอิดสะเอียนความไร้สาระของสิ่งรอบตัว

 

มลภาวะสำหรับกูทั้งนั้น..

ข้อความมากมายที่สื่อออกมาโดยใครบ้างก็ไม่รู้

ลอยเกลื่อนอยู่ในอากาศ

..เสียงบ้าบอที่ไร้ความความหมาย

..ภาพไร้สาระที่เป็นขยะสายตา

เป็นสวะที่ไม่มีค่าสำหรับกู

เบียดจน oxygen ของกูหนีไปไหนไม่รู้

จนกูแทบจะหายใจไม่ออก..

 

แล้วกูก็เลยจำเป็นต้องสูดมันเข้ามา

ต้องรับรู้มันโดยที่ไม่ตั้งใจและไม่เต็มใจ

กูไม่สามารถกรองห่าเหวอะไรที่ไม่ต้องการออกไปได้

 

มันเป็นอารมณ์เฟลที่ยิ่งอยู่คนเดียวยิ่งฟุ้งซ่าน

แต่ตัวเองก็ไม่อยากออกจากกรงไปอยู่กับคนอื่น

 

ไม่รู้ว่าอยากปลีกวิเวกเพื่อหา solution แก้เฟลเอง

หรือว่าอยากจมในหลุมให้ลึกขึ้นเรื่อยๆด้วยความ sadism

 

รู้สึกเบื่อการเอาเวลาของตัวเองไปเสียกับเรื่องบ้าบอ

รู้สึกอยากอยู่คนเดียว

รุ้สึกว่าคุยกับตัวเองก็พอ

รู้สึกควรจะหายตัวไปอยู่ที่ไหนสักแห่งที่ไกลๆ

รู้สึกเวลาทำอะไรๆคนเดียวแล้วโลกโคตรสงบ

จะเขมิบหนังสือ ชำเรากระดาษ กระซวกหนัง

เอาเพลงกระแทกหู ทำห่าอะไรก็ได้ตามใจกู

 

เคยรู้จักคนๆนึงที่เพื่อนมันเรียกมันว่าพวก ปัจเจกนิยม

ที่จริงคำว่า ปัจเจก มันก็ลึกซึ้งเกินไป

เอาเป็นว่าคนๆนี้ก็น่าจะเป็นแค่ด้านเล็กๆ

ด้านใดด้านนึงของคำว่า ปัจเจกแล้วกัน

 

การรู้จักมันทำให้เราสงสัยมากว่า..

 

ทำไมเวลาส่วนมากในชีวิตมันถึงไม่ชอบสุงสิงกับใคร?

ทำไมเดินไปไหนมาไหนคนเดียวในที่ๆคนแออัด

ถึงได้มีความสุขกว่าการเดินในที่สงบๆกับคนรู้จัก?

 

แต่ตอนนี้รู้สึกว่าเข้าใจมัน

ทั้งๆที่ก็ไม่รู้ว่าเข้าใจถูกรึเปล่า

คนอื่นก็ย่อมจะทำได้แค่ตีความเองเท่านั้น

 

ก็แค่..

 

รู้สึกเบื่อที่จะต้องคุยเรื่องจิปาถะ (นิยามว่าเรื่อง จิ๊จ๊ะอิ๊อ๊ะ)

รู้สึกว่าถ้าไม่ใช่งานที่ต้องทำ/ภาระที่ต้องรับผิดชอบ

ก็ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรเลย..

ไม่ต่างอะไรกับขนนกที่ลอยไป-มาอย่างไร้แก่นสาร

 

แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม มันต้องมีช่วงเวลาที่คนเรา

จำเป็นต้องก้าวขาออกไปจากพื้นที่ส่วนตัว

 

คนๆนั้นตอนนี้มันจะเป็นยังไงเราก็ไม่รู้แล้ว

แต่เราเป็นแบบนี้ก็แค่เฉพาะช่วงที่เฟล..

 

รู้สึกสะอิดสะเอียดกับหน้ากากที่คนรอบๆใส่เข้ามาหา

รู้สึกขยะแขยงกับสิ่งที่เรามองเห็นในตัวของคนที่ไม่ใส่หน้ากาก

รู้สึกเบื่อบทสนทนาที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรเลย

 

เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม?

ช่วงนี้เรียนเป็นยังไงมั่งล่ะ?

วันนี้กินข้าวรึยัง?

ปิดเทอมไปเที่ยวไหน?

 

พอที...กูรำคาญ

 

พอกูรำคาญแล้วกูควบคุมอารมณ์ไม่อยู่

กูระงับคำพูดที่ตัวเองจะโต้ตอบออกไปไม่ได้

 

ช่วงนี้อยู่บ้านอยู่ร้านกับพ่อแม่ยังมีเรื่องแทบทุกวัน

กินข้าวด้วยกัน นั่งทำงานด้วยกัน

กูยังพอจะทนได้..

เริ่มบ่นหรือเริ่มติเตียนกูเท่านั้นแหล่ะ

ปากหมาๆของกูก็ไม่อยู่เฉย

กูไม่ผิด กูไม่ใช่เด็ก กูเท่าเทียม

ทำไมกูจะเถียงไม่ได้

ทำไมกูจะเป็นฝ่ายตำหนิพ่อแม่บ้างไม่ได้

ก็พ่อแม่ผิดจริง เห็นๆกันอยู่

ต่อมอารมณ์กูไม่เคยบังคับได้หรอก

กาลเทศะไม่ช่วยอะไรเลย

 

แม้แต่กับพ่อแม่กูยังเป็นอย่างงี้เลย

วันก่อนมี meeting ห้องตอนม.ปลาย

กูเลยตัดปัญหา ชิ่งแม่ง เพราะโหมดนี้

กูคุยกับใครไม่รู้เรื่องหรอก

ยิ่งเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานๆ

บทสนทนายิ่งมีแต่เรื่อง อิ๊อ๊ะจิ๊จ๊ะ

ไร้สาระ วุ่นวาย มากมายไปใหญ่

 

กูเบื่อ... กูเซ็ง...

ทำไมถึงต้องมีแต่เรื่องไร้สาระ?

 

ช่วงนี้ให้กูหนีจากมันไปสักพัก

ช่วยเอาเรื่องแบบนี้ไปให้ไกลๆตีนกูที

 

กูรู้หรอกนะว่าไอ้ข้อความประเภทนี้มันดียังไง

กูรู้ว่าบางทีมันก็จำเป็น

กูรู้ว่าใครๆก็ต้องการกำลังใจ

กูรู้ว่าใครๆก็อยากแสดงน้ำใจของตัวเอง

 

แต่มองอีกด้านมันก็แค่ การแสดง

แล้วที่แท้แม่งต่างจะอะไรกับการเสแสร้งล่ะ?

 

 

 

 

- - - - - - - - - - - -

 

 

 

 

ไหนๆก็พูดถึงคนรู้จักคนนั้นขึ้นมาแล้ว

มีอีก point ที่อยากพูดถึง

 

เคยสงสัยมาตลอดว่า

ทำไมแม่งต้องดิ้นรนทำตัวให้แตกต่าง

ทั้งๆที่ ความแตกต่างอันนั้นๆ

ไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะมี ตัวมัน

เป็น sub-set เพียงคนเดียว

 

ตลอดเวลา..รู้สึกต่อต้านมันว่าแม่งดัดจริต

คิดว่าตัวเองเป็นคนที่ไม่เหมือนใคร

ที่แท้ก็แค่ ไม่(อยาก)เหมือนใคร เท่านั้นเอง

 

มันกำลังวิ่ง ทั้งๆที้รู้ว่าวิ่งยังไงก็ไม่มีทาง หนี พ้น

จนคนที่มองดูมันแอบด่าและเหยียดหยามในใจ

ทำไปเพื่ออะไร? ปัญญาอ่อน..

 

ยูเนี่ยนของมนุษย์นั้นกว้างใหญ่มากนัก

จนการสร้างพื้นที่ของตนเองขึ้นมานั้น

ไม่ต่างอะไรกับการวาดวงกลมขึ้นมาขังตัวเอง

กันตัวเองไว้อีกชั้นจาก sub-set อื่นๆในวงกลมใหญ่

 

ดึงเอาสิ่งที่คิดว่าดีจากส่วนนู้น ส่วนนี้

นี่แหละสิ่งที่กูเป็น..กูเป็นกู..ไม่เหมือนใคร

 

แต่อย่างที่บอกไปแล้ว ความแตกต่างชนิดนึง

ไม่มีทางหรอกที่จะมีสมาชิกแค่คนเดียว

ไม่นานก็มีมากขึ้นๆจน ความแตกต่างบางชนิด

เกือบจะกลายเป็น set อนันต์

ต้องหนีอีกแล้วสิ?

 

คำว่า ก้าวออกจากกรอบที่ใครๆพูดกันนั่น

มันไม่มีอยู่จริงหรอก..

 

แต่ถ้าไม่พยายามจะวิ่งหนี.. อยู่กับที่?

ปล่อยตัวเองไปเรื่อยๆตามแต่กระแสหลักจะพัดพา

ไม่ขวนขวายจะวาดวงกลมขึ้นมาเป็นของตัวเอง

 

ก็แบบนี้กูไม่มีความสุขนี่ !!”

 

การสร้างวงกลมเล็กๆนี้ขึ้นมาขังตัวเองไว้

ก็คงจะเป็นการสร้างอิสระภาพเล็กๆอย่างนึง

ในพื้นที่แคบๆที่เรียกว่าพื้นที่ส่วนตัว

คงหนีไม่พ้นที่เส้นรอบวง

จะไปทับกับของวงอื่นอีกหลายๆวงเข้า

แต่อย่างน้อยก็รู้ว่ากูมีวงกลมเป็นของตัวเอง

 

อย่างน้อยกูก็มีความสุขที่ได้ใส่รองเท้าและออกวิ่ง

กูมีความสุขกับการว่ายน้ำไปในทิศทางของกูเอง

แม้ว่ารอยตีนที่กูย่ำเดินมันจะซ้ำกับคนอื่นโดยไม่ตั้งใจ

กูก็ยินดีจะเลือกอีกครั้ง.. ว่ากูจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน

 

ในเมื่อคำว่า ไม่เหมือนใครมันไม่มีอยู่จริง

การ ไม่(อยาก)เหมือนใครก็มีแรงดึงดูด

ชวนให้ลองเป็นอย่างยากที่จะต่อต้าน.. หรือไม่จริง?

 

แล้วมันจะทำยังไงได้ล่ะ?

 

แม้จะไม่ใช่การที่ สิ่งที่เราชอบไม่เหมือนใคร

เราก็ต้อง พยายามที่จะชอบ สิ่งที่คนอื่นไม่ชอบแทน

 

คงคื้อๆกันแหล่ะมั้ง?

 

ก็ในเมื่อกูมีความสุขที่จะทำแบบนี้ กูก็จะทำแบบนี้อ่ะ!!”

 

 

 

评论 (17)

请稍候...
很抱歉,您输入的评论太长。请缩短您的评论。
您没有输入任何内容,请重试。
很抱歉,我们当前无法添加您的评论。请稍后重试。
若要添加评论,需要您的家长授予您相应权限。请求权限
您的家长禁用了评论功能。
很抱歉,我们当前无法删除您的评论。请稍后重试。
您已超过了一天之内允许提供的评论数上限。请在 24 小时后重试。
因为我们的系统表明您可能在向其他用户提供垃圾评论,您的帐户已禁用了评论功能。如果您认为我们错误地禁用了您的帐户,请联系 Windows Live 支持部门
完成下面的安全检查,您提供评论的过程才能完成。
您在安全检查中键入的字符必须与图片或音频中的字符一致。

若要添加评论,请使用您的 Windows Live ID 登录(如果您使用过 Hotmail、Messenger 或 Xbox LIVE,您就拥有 Windows Live ID)。登录


还没有 Windows Live ID 吗?请注册

ไม่ได้คุยกับฟุนานมาก มาเพียงแค่อยากบอกว่า คิดถึงฟุนะ ไม่จำเป็นต้องไปสนสิ่งที่เกิดขึ้นรอบข้างนักหรอก เพราะมันเป็นเรื่องที่จะผ่านเราไปอะ ม๊าเองก้อมีเรื่องเครียดเยอะแยะเลย (ฟุอาจจะแอบด่าก้อได้ว่า เมิงก้อมีตลอดอะ) เหอๆๆ แต่ยังไงมันก้อเป็นเรื่องธรรมดาของคนเรานะ ที่จะมีเรื่องให้ไม่สบายใจ หรืออารมณ์หงุดหงิด ไม่พอใจ เป็นเรื่องธรรมดาอะ ไม่ต้องไปใส่ใจหรอก  บอกอีกครั้งคิดถึงนะ ^^
7 月 29 日
RanNao发表:
เอ่อ
 
 
ฮตจะเป็นอีกคนที่สะเออะมั้ยวะเนี่ยฟุ?
 
555+
 
เอาเป้นว่าคิดถึงน่ะ  มากถึงมากที่สุด
 
พอดีว่ามาอยู่ใกล้ๆกะแฟชั่นมันเลยอยากคุย
 
อยากเจอ
 
อยากทวงสัญญา???  ก๊าก
 
อ่านแล้ว โนว คอมเมนต์อย่างแรง
 
เรื่องจะพูดจะพิมมีเยอะ
 
แต่เวลาไม่เป้นใจ
 
เอาไว้ถ้าเป็นไปได้จะคอมเมนต์ด้วยตัวเองเลย
 
อิอิ
 
 
อยากเจอสุดๆ
7 月 4 日
 
 
"ขอให้เรื่องราวร้ายๆผ่านพ้นไป ขอให้สิ่งดีๆใหม่ๆผ่านเข้ามา"
6 月 23 日
ฟากหนึ่งของความเศร้า จะมีฝั่งที่มีความสุขรออยู่
แต่หนทางข้างหน้าที่จะไปถึง ไม่รู้จะมีอะไรรออยู่
 
ไม่ใช่เพื่อต้องการวิ่งหนี แต่เพื่อต้องการวิ่งตามความฝัน
จึงเดินทางในวันหนึ่ง ในฤดูร้อนที่ผ่านมาแสนนาน
 
ถ้าได้เห็นแค่เพียงพรุ่งนี้ คงไม่ต้องทอดถอนใจ
ดั่งเรือที่ลอยทวนสายนำ ตอนนี้มีเพียงแต่ต้องก้าวเดินไปข้างหน้า
 
จะมีฝั่งที่มีความสุขรออยู่ ตรงที่ความทรมานหมดไป
พวกเรายังคงค้นหาอยู่ ดอกทานตะวันที่บานผิดฤดู
 
ถ้ากำมือแล้วรอดวงตะวันขึ้น รอยเล็บแดงและนำตาไหลมาหนึ่งหยด
เมื่อคุ้นเคยกับความโดดเดี่ยว จะมีเพียงแค่แสงจันทร์
 
โบยบินไปให้แสนไกล ด้วยปีกซึ่งไร้ขนนก
ก้าวต่อไป เดินต่อไปข้างหน้า
 
เมื่อเมฆฝนจางหายไป เส้นทางที่เปียกก็จะส่งแสงแวววับ
มีเพียงความมืดที่ช่วยนำทาง สอนให้ฉันเข้มแข็ง เข้มแข็งดุจดังแสงแรงกล้า
ให้ฉันมีแรงก้าวไปข้างหน้า อย่างเข้มแข็งต่อไป
6 月 23 日
DeenAkira发表:
เออะ เข้ามาหาลิ้งที่ต๊ะไว้ตอนนั้นแล้วก็เจออะไรที่มันมืดๆแทนวุ้ย

ทนไปเรื่อยๆไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น

ถ้าแกไม่คิดจะเปลี่ยนอะไร แกก็ต้องหลีกไปหาอย่างอื่นที่แกชอบบ้าง

ถ้าแกอยากจะมีความสุขแกต้องหาวิธีที่จะเอาความสุขมาใส่ในชีวิตแกเอง รวมถึงเรื่องหลบหนีความุกข์ที่แกต้องทน

ปลดปล่อยมันออกมาบ้าง Masocism กับตัวเองไม่ได้ช่วยอะไร มันก็เหมือนประชดชีวิตให้สะใจไปวันๆ

ถ้าอยากเปลี่ยนมันต้องทำ ถ้าไม่อยากทำก็ต้องทน

ทนได้เรอะ?

อ้อ มองโลกในแง่ดีบ้างก็ดี
มันไม่ได้ทำให้โลกเหวๆใบนี้ดีขึ้นก็จริง แต่มันทำให้คนเรามีความสุขมากขึ้น
ชะเอิงเงย
5 月 1 日
DeenAkira发表:
เออะ เข้ามาหาลิ้งที่ต๊ะไว้ตอนนั้นแล้วก็เจออะไรที่มันมืดๆแทนวุ้ย

ทนไปเรื่อยๆไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น

ถ้าแกไม่คิดจะเปลี่ยนอะไร แกก็ต้องหลีกไปหาอย่างอื่นที่แกชอบบ้าง

ถ้าแกอยากจะมีความสุขแกต้องหาวิธีที่จะเอาความสุขมาใส่ในชีวิตแกเอง รวมถึงเรื่องหลบหนีความุกข์ที่แกต้องทน

ปลดปล่อยมันออกมาบ้าง Masocism กับตัวเองไม่ได้ช่วยอะไร มันก็เหมือนประชดชีวิตให้สะใจไปวันๆ

ถ้าอยากเปลี่ยนมันต้องทำ ถ้าไม่อยากทำก็ต้องทน

ทนได้เรอะ?

อ้อ มองโลกในแง่ดีบ้างก็ดี
มันไม่ได้ทำให้โลกเหวๆใบนี้ดีขึ้นก็จริง แต่มันทำให้คนเรามีความสุขมากขึ้น
ชะเอิงเงย
5 月 1 日
ปัญหา คิด แก้ไข เรียนรู้ ปัญญา
 
เป็นเอง เดี๋ยวก็หายเอง
 
take care
 
พี่ชายคนเดิม
4 月 25 日
zP3NGUIN发表:
อันที่จิง
กุเหงเมิงอัพก้อยาวแล้ว
แล้วอันที่จิงกุก้อเหงคนอื่นมาเม้นให้แกยาวมากมาย
แล้วอันที่จิงอีกเรื่องนึงคือกุว่าเมิงบอกตัวเองเปงพันครั้งเหงจาได้
เท่าที่กุเหงมา แกรุทุกอย่างในสิ่งที่แกคิดและทำ
แต่บางเรื่องที่แกคิดและทำนั้นไม่ได้ส่งผลดีกะแกเท่านั้นเอง
 
กุว่าเมิง " รั ก ตั ว เ อ ง " และ " เ ลิ ก ห วั ง บ้ า บ อ "   ซะที
 
กุรักเมิง
กุคิดถึงเมิง
กุห่วงเมิง
 
แต่...ค่าโทสับมานแพงว่ะ
 
เมิงโทมาหากุละกาน กิ๊วๆ
 
4 月 18 日
匿名 的图片
คนสมถะนิรนาม 发表:
 
อาการเฟลย่อมเกิดแก่ทุกคนได้ไม่จำกัดสถานที่และเวลา
 
ก่อนอื่นต้องขอชมเชยที่กล้าพูดคุยกะตัวเองอย่างตรงไปตรงมา
 และยอมรับมันได้ถึงเพียงนี้ แต่พัฒนาการขั้นต่อไปของมันก็คือ พอจ๋ารู้ตัวแล้ว
จะจัดการกับมันยังไงดีล่ะ?....ถ้าจ๋า เลือกที่จะจมจ่อม...สร้างกรงขัง
หรือ กำแพง ขึ้นมาเพื่อปิดกั้น กักขังตัวเองให้จมดิ่งลงไป แล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา
 มันจะหายจากอาการเฟลได้รือ เก็บมันเข้าไปเก็บกดน่ะ ไม่ต้องระบายอกมาหรอก
 หากสนุกที่จะทำ แล้ววันนึงจ๋าจะคิดได้เองว่า จะจมดิ่ง จะเก็บงำมันไว้ต่อไป
แล้วปล่อยให้มันโพล่งออกมารวดเดียว (ส่วนผลลัพธ์ ให้คิดเอาเองละกัน)
หรือ จะหาทางค่อยๆก้าวออกมา ค่อยๆเยียวยาตัวเอง ไม่ต้องรีบร้อน และอย่าลืมว่า
พอ ออกมาได้แล้ว ถ้าอยากกลับเข้าไปใหม่มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรถ้าคิดว่า
การกลับเข้าไปแล้ว จ๋ารู้สึกดีมากกว่า ว่าแต่วันนี้...จ๋าลองก้าวออกมารึยัง?
 
ไม่มีใครสามารถอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ได้หรอก จริงอยู่ที่บางที
จ๋าไม่ต้องการผู้คนรอบข้าง แต่ขอแสดงความเห็นแย้ง...คนทุกคนไม่สามารถ
อยู่คนเดียวได้ตลอดไปหรอก...คิดเอาง่ายๆละกัน จ๋า...เกิดมาจากไหน?
ถ้าไม่ใช่ความรักของบุพการีทั้งสองท่าน....จ๋าไม่ได้เกิดมาจากอากาศธาตุ
หรือความบังเอิญใดๆ ลองเอาไปคิดดู ท่านทั้งสองต่างคนต่างอยู่คนเดียวบนโลก
เน่าๆใบนี้หรือ?
 
แต่ถ้าอารมณ์นี้จ๋าอยากอยู่คนเดียวมากๆ ก็ไม่สามารถมีใครต้านทานได้หรอก....
เมื่อทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่ปล่อย...ให้มันเป็นไป ...แต่จ๋าอย่าลืมละกันว่า
 จ๋ามีคนรอบข้างที่รักจ๋าจริงๆ คำว่ารักมันก็มีหลากหลายรูปแบบอีกอ่ะนะ
แต่อย่าไปสนใจเลยว่ามันจะเป็นแบบไหน ไม่จำเป็นต้องเป็นใคร
แค่รู้ว่าพวกเขาเหล่านั้นจริงใจก็พอ
 
แล้วถ้าวันไหนที่จ๋าเกิดความต้องการพวกเขาเหล่านั้นขึ้นมาจริงๆ
 
ก็อยามัวรีรอที่จะเดินเข้าไปไปหา ลองเปิดใจเข้าไป แล้วจ๋าก็จะได้รู้ว่าการที่มีคนที่
 
ไม่สวมหน้ากาก จริงใจ และมีความรักความห่วงใย
 
มอบให้จ๋ามันดีแค่ไหน...แต่ถึงที่สุดแล้ว
 
 "จ๋าต้องรู้จักรักตัวเองให้มากๆ และมากพอเสียก่อน"................
 
 
 
จาก................มนุษย์ที่มั่วๆ สะเออะ เออ ออ มาอ่านเรื่อง "Absurd"
 
 
 
 
 
 
4 月 13 日
nuttagit发表:
ความคิดคนเรามันก็ต่างกัน  จะคิดจะสอนใคร ให้เปลี่ยนไปเลยก็คงไม่ได้ ... ก็คงซักวัน  ซักวันที่คนคนนั้นแหละจะคิดได้เองว่าที่ตัวเองคิดนั้นมันถูกหรือผิด ซักวันสิ่งรอบข้างนั่นแหละจะเปลี่ยนตัวเราเอง
4 月 7 日
- Auntie发表:
"สะเออะเออ-ออ" ค้ำคอป้าอยู่
ที่ว่ารู้เลยไม่รู้รู้จริงไหม
แต่ชอบ "เซต" ที่หลานรักอุปไมย
จะเข้าใจ-ไม่เข้าใจ ไว้เม้าท์กัน
 
เอาเถอะหลานรัก
เราอาจจะได้คุยกันผ่านสิ่งที่เราเขียนในสักวันหนึ่ง
 
Wherever you are, life is same,
you endure more -- and enjoy less.
                                      Samuel Johnson
 
 
3 月 29 日
งื่ม เราไม่เออออ ไม่คิดว่าเราจะรู้เรื่องด้วยหรอก...แต่เราก็จะมาเวิ่นเว้อในแบบของเรา...(มีหน้ากากหรือป่าวไม่รู้ แต่เราคิดยังงี้จริง therefore I am เอ๊ะ...ไม่เกี่ยว = =)
 
อารมณ์เฟลๆ ใครๆ ก็คงเป็น แล้วแต่ว่าใครจะเฟลออกมาในรูปแบบไหน
อาณาเขตส่วนตัว ใครๆ ก็คงมี แล้วแต่ว่าสภาพพื้นที่ของใครจะเป็นยังไง
สำนึกในความบัดซบของตัว...บางครั้งการแสดงอารมณ์รุนแรงออกมา...อาจเป็นเพราะเราไม่รู้จะทำยังไงกับปัญหาก็ได้มั้ง...สิ่งที่สะท้อนออกมา...เลยเป็นการโต้ตอบกับความกลัว
.
.
.
เรากลัว...ความกลัวมันทำให้เราทำอะไรออกไป...บางทีก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป...บางทีก็ทำให้เกิดเรื่องเลวร้าย
...การที่อยู่ในสังคมแบบนี้...ต้องคำนึงถึงสิ่งรอบตัว...บางทีมันก็กดดัน...น่ารำคาญ
เซ็ง อยากอยู่คนเดียว
อารมณ์เพื่อนมากมายชวนไปเที่ยวทั้งห้อง...รู้ตัวดีว่าอยู่แบบนั้นไม่ได้ เจอทำไมคนเยอะๆ ...ยิ้มแย้มทักทายกันเหมือนสนิทกันมาก
เราไม่รู้จะไปทำไมให้เสียอารมณ์
พอหาทางชิ่งบอกเพื่อนว่าติดธุระ...มันบอกว่า "แกแทบจะหายไปจากชีวิตคนในห้องแล้วนะ"
แล้วไง...โนสน...
 
ไม่ได้บอกว่าไม่อยากมีเพื่อน
แต่...เพื่อนที่อยู่ได้ด้วยในแบบที่เราเป็นเรา (ปัจเจกหรือไม่ไม่รู้...แต่เราก็โดนหลายอย่างหลอมให้กลายมาเป็นแบบนี้แล้วนี่...จะทำอะไรได้) ก็ยังมีอยู่นะ
 
อะไรหลายๆ อย่างจะเป็นยังไง จะคิดอะไร เครียดอะไร จิตตกยังไง
...ถึงท้ายที่สุดจะไม่นึกถึงความรู้สึกใคร
ความรู้สึกตัวเองน่ะ ห่วงไว้มั่งก็ดีนะ
อย่างน้อย...ความรู้สึกตัวเอง...ที่ว่าจะไม่มารู้สึกแย่ภายหลังน่ะ
ถึงเวลานั้น มันก็เป็นตราบาปฝังใจเราเองไปแล้วล่ะ
 
(เราอาจจะโทษใครต่อใครทั้งโลก...แต่อย่างน้อยก็แม่เราคนนึงล่ะที่เรานึกไม่ออกว่าเราจะกล้าทำเค้าลง...
...ถึงตอนนั้นเราอาจโกรธเค้าเหลือเกิน อาจอยากทำร้ายเค้าเหลือเกิน...
แต่เรามั่นใจ...ถ้าเราพลั้งทำร้ายเค้าไป...
ท้ายที่สุด (ถ้าเราไม่ได้คำนึงถึงตัวใครอีกนอกจากตัวเอง) ...เราจะเสียใจแน่ๆ ว่าทำไมเราถึงทำร้ายเค้า
แล้วก็โทษตัวเอง
แล้วก็วนลูปความจิตตกไม่สิ้นสุด
 
อยู่อาณาเขตส่วนตัวก็โอเค
...ออกมาบ้างก็ได้นะ
ออกซิเจนน้อยๆ อย่างทุกวันนี้ก็ช่วยไม่ได้ที่จะทนสูบเข้าไป
สังคมที่เซ็งกับมันอย่างนี้...ยิ่งคิดยิ่งเซ็ง...ก็ต้องอยู่
รู้ว่ามันเป็นยังไงแล้ว...ก็ดีสิ จะได้พยายามหาทางอยู่โดยไม่โดนสูบไปเป็นส่วนนึงในสังคมฟอนเฟะ
อย่างน้อยก็ทนๆ เหยียบมันหน่อยเหอะ
อยู่แต่ที่ๆ เดียวตลอดไป......เราก็ทำได้แค่กลัวอยู่ที่เดิมนั่นแหละ
(เราสะเออะทำตัวรู้เรื่องไปแล้วใช่ไม๊เนี่ย)
(เอาเหอะ เราแอ๊บแสตรก)
3 月 27 日
อืม เราเข้าใจ(เราเป็นแบบจ๋าออกจะบ่อย)
แต่เราไม่ได้บอกใครออกไปหรอก หุหุ ทำได้แค่ขีดเขียนเรื่องแอบเสิดๆในสเปซน่ะ(category "absurd"ที่เราตั้งไว้นั่นแหละ)
 
ก็แกระบายออกมาบ้างก็ไม่เป็นไรหรอก อะไรที่มันเสียๆ(อารมณ์เฟลของจ๋า)เราก็ควรระบายมันทิ้งบ้างคงไม่เป็นไร
แต่อย่าลืมบำบัดมันซะก่อนละ (แนวคิดเดียวกับบ่อบำบัดน้ำเสียอะ ถ้าไม่บำบัดน้ำเสีย น้ำที่ออกมาก็จะปนเปื้อนน้ำอื่นทำให้เน่าไปตามกัน)
 
แค่นี้ละจ้ะ...
 
3 月 27 日
จะทำอะไรก็ทำ
 
แต่ก่อนทำ "คิดให้ดี"
 
ซื่อสัตย์ต่อความคิดตัวเองด้วย
 
บางครั้ง...การหลอกตัวเองเพื่อให้มีความสุข...มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่นะ
 
คงไม่ต้องพูดอะไรมากสินะ...
3 月 27 日
บางทีข้าก็รู้สึกเซ็งชีวิต น่าจะเหมือนๆกับเจ้า
แต่ข้าไม่ได้เรียกว่าเฟล
มีอยากอย่างอยากบอกเจ้า
แต่พูดไม่ออก
ข้าก็แค่เบื่อสังคมที่ข้าใช้ชีวิตอยู่
ซึ่งอาจจะเหมือนเจ้า
 
แต่ไม่ว่าจะเบื่ออย่างไร
ข้าก็คงต้องทนต่อไป
 
แต่ข้ามั่นใจ
ว่าเจ้าไม่น่าจะใช่คนที่เลวร้ายอะไรขนาดนั้น
เพียงแต่คนอื่นไม่เข้าใจ
ไม่มีใครมารู้กับเราหรอกว่า เราท้อใจเพียงใดในการใช้ชีวิต
หลายคนที่เราหวังว่าจะเป็นที่พึ่ง หวังจะได้กำลังใจ แต่กลับถูกพวกเค้าเหล้านั้นซ้ำเติมเหยียดหยามดูถูกจนแทบจะไม่มีที่ให้อยู่
สิ่งที่เราทำนั้นกลายเป็นสิ่งผิดไปหมด
 
เราก็คงต้องทนต่อไป
ใครไม่รู้แต่เรารู้ตัวเองดี
อะไรไม่ดี เรียนรุ้ แล้วก้ไม่ทำมันอีก
เป็นตัวของตัวเอง ไม่ว่าใครจะว่าอะไรก็ตาม ใครจะดูถูกเหยียดยามยังไงก้ตามใจเขา ไม่สน
เราต้องมีชีวิตเป็นของเราเอง
ก้าวเดินไปด้วยตัวของเราเอง
 
เฮ่อ เบื่อชีวิต นี่ข้าแพล่มอะไรวะเนี่ย
3 月 25 日
Teekatas S发表:
เหอๆ ไอจ๋า ขอสะเออะหน่อยนะ ประเด็นอื่นขอไม่ยุ่งล่ะ ขอยุ่งประเด็นนี้...

กูไม่ผิด กูไม่ใช่เด็ก กูเท่าเทียม

ทำไมกูจะเถียงไม่ได้

ทำไมกูจะเป็นฝ่ายตำหนิพ่อแม่บ้างไม่ได้

ก็พ่อแม่ผิดจริง เห็นๆกันอยู่ โถ่ พ่อแม่ก็ไม่ใช่เทวดาที่ไหนที่จะทำผิดไม่ได้ ทำหยั่งกับแกไม่เคยทำผิด?
ถ้าเค้าผิดจริงก็พูดดีๆกับเค้า ไม่มีใครอยากให้คนอื่นด่าใส่หรอก จริงมั้ย! ทีเอ็งยังไม่ชอบเวลาพวกเค้าด่าเลย
แต่ถ้าเกิดพวกเค้าไม่เข้าใจวัยรุ่นเลยเว้ย แบบนี้ก็"ต้องอดทน" เท่านั้นว่ะ พระท่านบอกพี่ตอนบวช

อย่างน้อยเค้าก็เป็นคนที่เลี้ยงแกมาตั้งแต่ทารกจนโตเป็นควายมาให้เถียงคอเป็นเอ็นแบบนี้ได้นะ

ลองคิดดูเล่นๆก็ได้ว่าถ้าไม่มีผู้ชายผู้หญิงสองคนนี้คอยเลี้ยงเนี่ย ถ้าเกิดตอนแบเบาะเค้าเลี้ยงๆไปแล้วคิด "ขี้เกียจเลี้ยงละ กูต้องมานั่งเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวเด็กเปรตนี่ ร้องไห้ทั้งวัน แถมโตขึ้นยังทำตัวเป็นแม่กูซะงั้น กูเอาไปทิ้งถังขยะดีกว่า"

ป่านนี้แกก็ตายห่าไปแล้ว หรือไม่ก็ไปอยู่บ้านเด็กกำพร้านู่น เจร๊ง เจร็อคอะไรเป็นอันว่าไม่ต้องรู้จักกันล่ะ~!!

โลกนี้มันเน่าเหม็นเต็มทน(เห็นด้วย) คนมันเหี้ย โกหกปลิ้นปล้อนเฟคใส่กันกูก็เห็นด้วย!~ แต่ในเมื่อพวกเรามันดันเสือกเกิดมาในยุคเหี้ยๆแบบนี้แล้วมันก็ต้องอดทนโว้ย~!
อดทน อดทน อดทน!!!!!!


3 月 25 日
13ow-*发表:
เทอคิดว่า คนที่ใส่หน้ากาก เค้าต้องการอะไรจากเทอ
 
แล้วคนที่ไม่ใส่หน้ากากละ ??
 
เรียนก้อเคียดอยู่แล้ว ยังจะเคียดกับครอบครัว ใช่มั้ยเทอ
 
พยายามเข้าใจเทอนะ  ขอสะเออะเออออ หน่อยแล้วกัน
 
อยากให้จ๋าเปิดใจกว้าง ยอมรับสิ่งรอบข้างหน่อย แม้ว่าจะไม่เต็มใจก้อตาม
 
แต่คาดว่าจ๋าคงจะยอมรับมันได้เอง ทำยากหน่อย เราก้อคงดีแต่พร่ำ
 
เปิดใจกว้างนะเทอ เด๋วก็(คง)ยอมรับ และจอยไปเอง (ยกเว้นเรื่องครอบครัว มันคือปัญหาแก้ไม่ตก555+)
3 月 24 日

引用通告

此日志的引用通告 URL 是:
http://fuyuki1969.spaces.live.com/blog/cns!D50CDD0942B82610!1014.trak
引用此项的网络日志