| Itchaya 的个人资料「FuYuKi」 冬木® : The A[B]s...照片日志列表 | 帮助 |
damnstupidshitthingsinmyhead
** อาจเป็นเรื่อง absurd เกินไปสำหรับคนบางกลุ่ม thus, หากอ่านไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องสะเออะ มา ‘เออ-ออ’ แบบมั่วๆ (แม้จะด้วยความหวังดีก็ตาม) **
มีอาการเฟลชนิดที่เป็นประจำอยู่ประเภทนึง สาเหตุคลุมเครือไม่ต่างจากอาการเฟลคนอื่นๆเค้า รู้แต่ว่าปิดเทอมทีไรเป็นแบบนี้ทุกที ...แต่ก็ใช่ว่าช่วงอื่นจะไม่เป็น
คงไม่ใช่เพราะเวลาว่างเยอะเกินไป เพราะก็ยังรู้สึกว่ามีอะไรต้องทำอีกมากมาย แต่แม่งก็เฟลอยู่ดี
ตอนนี้กูกำลังอยู่ในโหมดนี้ อยู่ดีๆก็เป็น คงมาจากหลายๆสาเหตุที่สะสมมาเรื่อยๆ นับไม่ถ้วนว่าอะไรบ้าง ครั้งนี้คงมา peak เอาตอนรู้เกรด ถึงจะทำใจเรื่องเรียนได้แต่มันคงยังสะท้อนใจอยู่
มันคงทำให้กูรู้ตัวว่าชีวิตกูมันบัดซบแค่ไหน ทั้งโง่ ทั้งขี้เกียจ ทั้งไม่รับผิดชอบ
คิดว่าจะทำอะไร - ยังไง - เวลาไหน แต่ถึงเวลาก็ไม่ได้ทำ - ทำไม่ได้ - ผลัดออกไป ไม่เคยควบคุมตัวเองได้ ปล่อยให้อารมณ์ทำแทนทั้งนั้น
ไม่ใช่แค่เรื่องเรียน.. แต่มองทะลุไปถึงแง่มุมอื่นๆที่ฉายชัดอยู่ ..สันดานเลวพวกนั้นที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นกู
จะว่าไปสาเหตุที่เฟลมันดูไม่ relevant กับผลสักเท่าไหร่ มันกลายเป็นว่ากู..
รู้สึกไม่อยากให้ชีวิตเกี่ยวข้องกับคนรอบตัว รู้สึกว่าชีวิตที่ต้องพบเจอคนมากมายมันน่ารำคาญ รู้สึกเบื่อต้องคุยแบบ “จิ๊จ๊ะอิ๊อ๊ะ” กับมนุษย์คนอื่น รู้สึกอยากหนีจากความเบาหวิวเหลือทนของสิ่งมีชีวิต รู้สึกสะอิดสะเอียนความไร้สาระของสิ่งรอบตัว
มลภาวะสำหรับกูทั้งนั้น.. ข้อความมากมายที่สื่อออกมาโดยใครบ้างก็ไม่รู้ ลอยเกลื่อนอยู่ในอากาศ ..เสียงบ้าบอที่ไร้ความความหมาย ..ภาพไร้สาระที่เป็นขยะสายตา เป็นสวะที่ไม่มีค่าสำหรับกู เบียดจน oxygen ของกูหนีไปไหนไม่รู้ จนกูแทบจะหายใจไม่ออก..
แล้วกูก็เลยจำเป็นต้องสูดมันเข้ามา ต้องรับรู้มันโดยที่ไม่ตั้งใจและไม่เต็มใจ กูไม่สามารถกรองห่าเหวอะไรที่ไม่ต้องการออกไปได้
มันเป็นอารมณ์เฟลที่ยิ่งอยู่คนเดียวยิ่งฟุ้งซ่าน แต่ตัวเองก็ไม่อยากออกจากกรงไปอยู่กับคนอื่น
ไม่รู้ว่าอยากปลีกวิเวกเพื่อหา solution แก้เฟลเอง หรือว่าอยากจมในหลุมให้ลึกขึ้นเรื่อยๆด้วยความ sadism
รู้สึกเบื่อการเอาเวลาของตัวเองไปเสียกับเรื่องบ้าบอ รู้สึกอยากอยู่คนเดียว รุ้สึกว่าคุยกับตัวเองก็พอ รู้สึกควรจะหายตัวไปอยู่ที่ไหนสักแห่งที่ไกลๆ รู้สึกเวลาทำอะไรๆคนเดียวแล้วโลกโคตรสงบ จะเขมิบหนังสือ ชำเรากระดาษ กระซวกหนัง เอาเพลงกระแทกหู ทำห่าอะไรก็ได้ตามใจกู
เคยรู้จักคนๆนึงที่เพื่อนมันเรียกมันว่าพวก ‘ปัจเจกนิยม’ ที่จริงคำว่า ‘ปัจเจก’ มันก็ลึกซึ้งเกินไป เอาเป็นว่าคนๆนี้ก็น่าจะเป็นแค่ด้านเล็กๆ ด้านใดด้านนึงของคำว่า ‘ปัจเจก’ แล้วกัน
การรู้จักมันทำให้เราสงสัยมากว่า..
ทำไมเวลาส่วนมากในชีวิตมันถึงไม่ชอบสุงสิงกับใคร? ทำไมเดินไปไหนมาไหนคนเดียวในที่ๆคนแออัด ถึงได้มีความสุขกว่าการเดินในที่สงบๆกับคนรู้จัก?
แต่ตอนนี้รู้สึกว่าเข้าใจมัน ทั้งๆที่ก็ไม่รู้ว่าเข้าใจถูกรึเปล่า ‘คนอื่น’ ก็ย่อมจะทำได้แค่ตีความเองเท่านั้น
ก็แค่..
รู้สึกเบื่อที่จะต้องคุยเรื่องจิปาถะ (นิยามว่าเรื่อง ‘จิ๊จ๊ะอิ๊อ๊ะ’) รู้สึกว่าถ้าไม่ใช่งานที่ต้องทำ/ภาระที่ต้องรับผิดชอบ ก็ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรเลย.. ไม่ต่างอะไรกับขนนกที่ลอยไป-มาอย่างไร้แก่นสาร
แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม มันต้องมีช่วงเวลาที่คนเรา จำเป็นต้องก้าวขาออกไปจากพื้นที่ส่วนตัว
คนๆนั้นตอนนี้มันจะเป็นยังไงเราก็ไม่รู้แล้ว แต่เราเป็นแบบนี้ก็แค่เฉพาะช่วงที่เฟล..
รู้สึกสะอิดสะเอียดกับหน้ากากที่คนรอบๆใส่เข้ามาหา รู้สึกขยะแขยงกับสิ่งที่เรามองเห็นในตัวของคนที่ไม่ใส่หน้ากาก รู้สึกเบื่อบทสนทนาที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรเลย
“เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม?” “ช่วงนี้เรียนเป็นยังไงมั่งล่ะ?” “วันนี้กินข้าวรึยัง?” “ปิดเทอมไปเที่ยวไหน?”
พอที...กูรำคาญ
พอกูรำคาญแล้วกูควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ กูระงับคำพูดที่ตัวเองจะโต้ตอบออกไปไม่ได้
ช่วงนี้อยู่บ้านอยู่ร้านกับพ่อแม่ยังมีเรื่องแทบทุกวัน กินข้าวด้วยกัน นั่งทำงานด้วยกัน กูยังพอจะทนได้.. เริ่มบ่นหรือเริ่มติเตียนกูเท่านั้นแหล่ะ ปากหมาๆของกูก็ไม่อยู่เฉย กูไม่ผิด กูไม่ใช่เด็ก กูเท่าเทียม ทำไมกูจะเถียงไม่ได้ ทำไมกูจะเป็นฝ่ายตำหนิพ่อแม่บ้างไม่ได้ ก็พ่อแม่ผิดจริง เห็นๆกันอยู่ ต่อมอารมณ์กูไม่เคยบังคับได้หรอก กาลเทศะไม่ช่วยอะไรเลย
แม้แต่กับพ่อแม่กูยังเป็นอย่างงี้เลย วันก่อนมี meeting ห้องตอนม.ปลาย กูเลยตัดปัญหา ชิ่งแม่ง เพราะโหมดนี้ กูคุยกับใครไม่รู้เรื่องหรอก ยิ่งเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานๆ บทสนทนายิ่งมีแต่เรื่อง ‘อิ๊อ๊ะจิ๊จ๊ะ’ ไร้สาระ วุ่นวาย มากมายไปใหญ่
กูเบื่อ... กูเซ็ง... ทำไมถึงต้องมีแต่เรื่องไร้สาระ?
ช่วงนี้ให้กูหนีจากมันไปสักพัก ช่วยเอาเรื่องแบบนี้ไปให้ไกลๆตีนกูที
กูรู้หรอกนะว่าไอ้ข้อความประเภทนี้มันดียังไง กูรู้ว่าบางทีมันก็จำเป็น กูรู้ว่าใครๆก็ต้องการกำลังใจ กูรู้ว่าใครๆก็อยากแสดงน้ำใจของตัวเอง
แต่มองอีกด้านมันก็แค่ ‘การแสดง’ แล้วที่แท้แม่งต่างจะอะไรกับการเสแสร้งล่ะ?
- - - - - - - - - - - -
ไหนๆก็พูดถึงคนรู้จักคนนั้นขึ้นมาแล้ว มีอีก point ที่อยากพูดถึง
เคยสงสัยมาตลอดว่า ทำไมแม่งต้องดิ้นรนทำตัวให้แตกต่าง ทั้งๆที่ ‘ความแตกต่าง’ อันนั้นๆ ไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะมี ‘ตัวมัน’ เป็น sub-set เพียงคนเดียว
ตลอดเวลา..รู้สึกต่อต้านมันว่าแม่งดัดจริต คิดว่าตัวเองเป็นคนที่ไม่เหมือนใคร ที่แท้ก็แค่ ไม่(อยาก)เหมือนใคร เท่านั้นเอง
มันกำลังวิ่ง ทั้งๆที้รู้ว่าวิ่งยังไงก็ไม่มีทาง ‘หนี’ พ้น จนคนที่มองดูมันแอบด่าและเหยียดหยามในใจ “ทำไปเพื่ออะไร? ปัญญาอ่อน..”
ยูเนี่ยนของมนุษย์นั้นกว้างใหญ่มากนัก จนการสร้างพื้นที่ของตนเองขึ้นมานั้น ไม่ต่างอะไรกับการวาดวงกลมขึ้นมาขังตัวเอง กันตัวเองไว้อีกชั้นจาก sub-set อื่นๆในวงกลมใหญ่
ดึงเอาสิ่งที่คิดว่าดีจากส่วนนู้น ส่วนนี้ นี่แหละสิ่งที่กูเป็น..กูเป็นกู..ไม่เหมือนใคร
แต่อย่างที่บอกไปแล้ว ‘ความแตกต่าง’ ชนิดนึง ไม่มีทางหรอกที่จะมีสมาชิกแค่คนเดียว ไม่นานก็มีมากขึ้นๆจน ‘ความแตกต่าง’ บางชนิด เกือบจะกลายเป็น set อนันต์ ต้องหนีอีกแล้วสิ?
คำว่า ‘ก้าวออกจากกรอบ’ ที่ใครๆพูดกันนั่น มันไม่มีอยู่จริงหรอก..
แต่ถ้าไม่พยายามจะวิ่งหนี.. อยู่กับที่? ปล่อยตัวเองไปเรื่อยๆตามแต่กระแสหลักจะพัดพา ไม่ขวนขวายจะวาดวงกลมขึ้นมาเป็นของตัวเอง
“ก็แบบนี้กูไม่มีความสุขนี่ !!”
การสร้างวงกลมเล็กๆนี้ขึ้นมาขังตัวเองไว้ ก็คงจะเป็นการสร้างอิสระภาพเล็กๆอย่างนึง ในพื้นที่แคบๆที่เรียกว่าพื้นที่ส่วนตัว คงหนีไม่พ้นที่เส้นรอบวง จะไปทับกับของวงอื่นอีกหลายๆวงเข้า แต่อย่างน้อยก็รู้ว่ากูมีวงกลมเป็นของตัวเอง
อย่างน้อยกูก็มีความสุขที่ได้ใส่รองเท้าและออกวิ่ง กูมีความสุขกับการว่ายน้ำไปในทิศทางของกูเอง แม้ว่ารอยตีนที่กูย่ำเดินมันจะซ้ำกับคนอื่นโดยไม่ตั้งใจ กูก็ยินดีจะเลือกอีกครั้ง.. ว่ากูจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน
ในเมื่อคำว่า ‘ไม่เหมือนใคร’ มันไม่มีอยู่จริง การ ‘ไม่(อยาก)เหมือนใคร’ ก็มีแรงดึงดูด ชวนให้ลองเป็นอย่างยากที่จะต่อต้าน.. หรือไม่จริง?
แล้วมันจะทำยังไงได้ล่ะ?
แม้จะไม่ใช่การที่ ‘สิ่งที่เราชอบ’ ไม่เหมือนใคร เราก็ต้อง ‘พยายาม’ ที่จะชอบ ‘สิ่งที่คนอื่นไม่ชอบ’ แทน
คงคื้อๆกันแหล่ะมั้ง?
“ก็ในเมื่อกูมีความสุขที่จะทำแบบนี้ กูก็จะทำแบบนี้อ่ะ!!”
评论 (17)
引用通告此日志的引用通告 URL 是: http://fuyuki1969.spaces.live.com/blog/cns!D50CDD0942B82610!1014.trak 引用此项的网络日志
|
|
|