Itchaya 的个人资料「FuYuKi」 冬木® : The A[B]s...照片日志列表 工具 帮助

日志


-blank-

 
กุอยากเล่า
 
กุอยากพูดอยากบอก
 
แต่กุไม่รุ้จะเขียนยังไง
 
เขียนให้ทุกคนรู้ว่า
 
กุมันเลว
 
กุฟันแล้วทิ้ง
 
กุมันคนไม่รับผิดชอบ
 
กุมันชั่ว
 
กุมันคนเห็นแก่ตัว
 
กุมันไม่ใส่ใจคนอื่น
 
กุมันระยำ
 
กุมันเหี้ย
 
กุมันพวกไร้จิตใจ
 
กุมันโหดร้าย
 
กุมันชั่วยิ่งกว่าสัตว์นรก
 
กุมันบัดซบ
 
ถ้ากุหายไปสักคนโลกนี้คงมีคนที่มีความสุขเพิ่มขึ้นอีกหลายคน
 
.
.
.
 
กุเฟล
 
 
 

tagged -_-"ll

 

 

เมื่อผมถูก tag

ผมจึงต้องสลัดขนทิ้ง

และมาออกกำลังกาย

ลดความยาวของสันหลัง

ด้วยการ up space วันนี้...

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

เรื่องของเรื่องก็คือว่า...

 

Tag (น.,ก.) คือ การละเล่นของชาว net ที่เขียน online diary/blog/space

นิยม up entry เพื่อกล่าวถึงเรื่องของตนเองที่ไม่ค่อยมีใครรู้มาก่อนเป็นจำนวน 5 เรื่อง

แต่ในช่วงหลังๆมานี้ลักษณะจะเบนไปในทางที่เป็นการพูดถึงตัวเองในเรื่องทั่วๆไปให้คนอื่นรู้จักเสียมากกว่า

ส่วนต้นกำเนิดของการละเล่นชนิดนี้ เริ่มมีมาตั้งแต่เมื่อใดหรือใครเป็นผู้ริเร่มนั้นไม่มีผู้ใดทราบ

เมื่อคนหนึ่งโดน tag แล้วจะต้อง tag ไปยังคนที่มี diary/blog/space อีก 5 คนที่ไม่เคยถูก tag ต่อ

 

[ คำนิยามนี้เป็นของนางชะนีเจนนี่ (ซึ่งก็ไปเนียนมาจากชาวบ้านเค้าอีกที)

ซึ่งอิชั้นเอามาทำให้เป็นภาษาที่ตนเองเข้าใจง่ายขึ้นอีกที ]

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

สรุปว่า tag นี่เค้าให้เขียนเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง

คล้ายๆกับการ แฉ ใช่ไหม?

มันยากอยู่น๊ะ..

คนปกติที่ไหน จู่ๆเค้าจะมาเปิดเผยเรื่องของตัวเองแบบนั้นกัน - -*

เอาเป็นว่าจะทำคล้ายๆกับการแก้ไขความเข้าใจผิดของคนอื่นเกี่ยวกับตัวผมก็แล้วกัน

ดีไหม...?

แล้วก็คงมีพูดถึงเรื่องความชอบอื่นๆบ้างนั่นแหล่ะ

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

I. เป็นสาวกที่มั่นคงในลัทธิ J-Rock อย่างยิ่งยวด

 

ไม่จริงเล๊ย..ที่เพื่อนๆคิดกันไปนั้นถือว่าอยู่ในระดับที่น้อยมาก

เมื่อเทียบกับมนุษย์หลุดโลกในวงการที่ข้าเจ้าคุยด้วยทางเน็ตคนอื่นๆ

ทั้ง a.) ความนิยมสี ขาว-แดง-ดำ : อันนี้คนทั่วไปก็มีที่เค้าชอบๆกัน

b.) style เสื้อผ้า/options/make-up แบบที่ว่า : ไอ้นี่ก็อีกอัน

ผมได้แต่บ้าไปอย่างนั้นแหล่ะครับ แต่เอาเข้าจริงแล้ว

ผมไม่เคยไปคอสพง cosplay อะไรกับเค้าหรอก T^T

c.) การหายใจเข้าออกเป็นเพลง J-Rock : นี่ก็ถือว่าอ่อนหัดนัก

ผมฟังเพลงแนวนี้ไม่มากพอจนถึงกับจะเป็น J-rock Mania หรอก

เพียงแต่ผมเป็นพวกจมปลัก ชอบอะไรแล้วก็จะติดอยู่กับสิ่งนั้นนานๆ

เลยไม่ได้สนใจฟังเพลงแนวอื่นๆเท่านั้นเอง - -*

ถ้าจะให้คิดๆดูแล้วพี่หมิง(ปรสิตเพนกวิน)ยังจะเชี่ยวกว่าผมซะอีก ^^

[ยิ่งไปกว่านั้น บางอารมณ์ที่หูและประสาทเต้นตุ๊บๆแบบ ไม่ไหวแล้ว

ผมยังสรรหาสิ่งสบายหู and some ตลาด-things มาฟังอีกด้วย]

 

 

II. มีนิสัย man และ gent. เป็นไส้เดือนไร้เพศ

 

ไม่ใช่นะครับ.. ผมน่ะเป็นผู้หญิ๊งผู้หญิง - -*

เพียงแต่เวลาเล่นเน็ตมันรู้สึกกระดากที่จะพูด ค่ะ จ้ะ เหรอค่ะ เจ้าค่ะ เท่านั้นเอง

ก็มีกรณีที่คุยกับคนที่เราเกรงใจ + อยากให้เค้ามองเราเป็นคนปกติอยู่

ก็จะพูด งิแทน..เค้าก็จะไม่มองเราเป็นไส้เดือน แต่มองเป็นวัยรุ่นภาษาวิบัติแทน - -ll

ส่วนในชีวิตจริงก็เห็นๆกันอยู่ว่าผมไม่ได้ gent. (ย่อมาจาก gentle) อะไรเลย

ออกจะอู้งาน+ขี้เกียจตัวเป็นขน แถมเป็นไปได้ยังให้คนอื่นทำแทนไปซะงั้น

พวกงาน volunteer ก็ไม่เค๊ยไม่เคยไปช่วยอะไรเค้าเลยจริงๆ

ไอ้ที่เห็น ab-man ไปวันๆนั่นก็แค่อิทธิพลจากการชอบ yaoi เท่านั้นเอง ^^”

 

 

III. ต่อเนื่องจากข้อเมื่อกี้ : อิทธิพลของ Yaoi ในชีวิตข้าพเจ้า

 

ข้าพเจ้าไม่ได้ born to be สาวกY ตั้งแต่แรกหรอกนะ

เริ่มชอบเพลง J-Rock ก่อนแล้วค้นไปค้นมาถึงได้เจอ Fiction J-Rock แบบวายๆ

(ก็มันไม่มี Fan-Fiction แบบอื่นแต่งมาให้อ่านเลยนี่หว่า)

นั่นแหล่ะ.. ตอนแรกก็อ่านๆไปเพราะมันแปลกดี+ไม่มีทางเลือกอื่น(เหรอ?)

แต่พอคิดจริงๆจังๆอีกทีก็หลงรักมันไปแล้ว

เวลาผมอ่านY จะไม่เน้นฉาก (แต่ถ้ามีก็จะถือว่าเป็นของแถม 555+)

ผมชอบเรื่องที่ plot มันกุ๊กกิ๊กหวานแหวว

ทำให้เราเห็นว่า ถึงจะเป็น ชาย-ชาย มันก็รักกันได้อย่างบริสุทธิ์ไม่แพ้กัน

สรุปคือ ผมไม่ชอบ hentai นะครับ.. ไม่ต้องแซวกัน

ยกเว้นแต่ว่าจะส่งมาให้ ถ้างั้นก็ยินดีรับครับ!! (ฮา)

 

 

ต่อไปเข้าโหมดเครียดล่ะ ไม่เผินๆเหมือนข้อที่ผ่านมาแล้ว

จะอ่านข้ามๆไปก็ได้นะครับ ^^”

 

 

IV. ผมน่ะ ขี้ วี นเป็นที่ยิ่ง + “สํ า อ อ ย อย่างไร้เหตุผลได้อีก

 

บางคนอาจยังไม่รู้.. แต่ผมเนี่ยแหล่ะ

ถ้าโมโหอะไรแล้วไม่เคยเก็บอารมณ์กับใครเค้าหรอก

เรื่องกาลเทศะไม่ต้องพูดถึง.. สถานที่ไม่สำคัญ..

จิตใจของคนอื่นไม่ใช่เรื่องที่ต้องคำนึง..

ถ้าจะมีคนสังเกต..

ผมก็เคยวีนใส่ผู้ใหญ่ไปหลายรอบแล้ว

เป็นความรู้สึกที่แย่จริงๆนะ

พออารมณ์เรามันเย็นลงแล้วค่อยมาคิด

คิดว่าเมื่อกี้เราพ่นอะไรแย่ๆใส่คนอื่นไปบ้าง

เกือบๆจะเฟลได้เลยทีเดียว

(ผมจะปรับปรุงตัวเองนะ)

 

อาการที่ต่อเนื่องกันมาก็คือ เฟล (จิตตก)

เวลามีอะไรมากระทบจิตใจนิดๆหน่อยๆ

อาจไม่ใช่กรณีรู้สึกผิดกับนิสัยตัวเอง

อาจเป็นการถูกทำร้ายจิตใจจากคนอื่น

ผมก็รู้สึกแย่ใช่ไหม.. จากนั้นสถานการณ์สามารถเป็นไปได้ 2 แบบ

a.) ไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ หรือ มีแต่ไม่มีใครสนใจ :

ผมเก็บอารมณ์เอาไว้ ไตร่ตรองไปมาจนขุดตัวเองขึ้นมาได้เอง

เพราะปกติผมก็ไม่เศร้ากับเรื่องแย่ๆของตัวเองนานๆอยู่แล้ว

เรื่องราวมันก็จบไป กับ b.) มีคนสังเกตเห็นว่าผมผิดปกติ :

คนๆนั้นเข้ามาถามไถ่ แสดงความเป็นห่วงเป็นใย

ไม่รู้สิ.. ถ้าลงเอยแบบนี้ ผมเป็นห้ามตัวเองไม่อยู่แทบทุกครั้ง..

อารมณ์สงสารตัวเองจะถูก build ขึ้นมาจนต้องร้องไห้ต่อหน้าผู้โชคร้ายคนนั้น

ถึงไม่ร้องไห้ก็บ่นบ้าบอพร่ำเพ้อให้เค้าฟัง

ทั้งๆมันก็เป็นเรื่องน่าเบื่อและเค้าก็ไม่ได้อยากฟังสักนิด

(ผมจะปรับปรุงตัวเองนะ)

 

 

V. ด้านมืดของจิตใจ (พี่เจรี๊ยบรีเควสมาเมื่อกี้)

 

ที่จริงแล้วผมไม่เข้าใจนะว่า ด้านมืดคืออะไร

แต่ตามที่พี่เจรี๊ยบแกอธิบายมาก็ประมวลผลออกมาได้เลาๆ

ว่ามันหมายถึงสันดานที่เลวที่สุดที่ฝังอยู่ในจิตใจของผม

(ในที่นี้มันเป็นนิสัยที่ทำให้ตัวผมเองรู้สึกแย่ถึงกับเฟลอย่างกู่ไม่กลับอีกด้วย)

 

คือผมเป็นพวกขาดความรักไม่ได้...

ทั้งๆที่ตัวผมเองก็ไม่ได้เป็นผู้ที่มีความรักล้นหลามเผื่อแผ่ให้กับใครมากมายนัก

จะพูดให้ถูกก็คือ..

ผมไม่ยังไม่เคยคิดว่าตัวเองรักใครคนไหนสักคนเลยด้วยซ้ำ

 

แม้แต่ รักคืออะไร ผมก็ไม่เคยคิดออก

ผมได้แต่หลอกว่าตัวเองมีมาตรฐานความรักสูง

ที่จริงแล้วไม่ใช่เลย.. ผมมันเลวยิ่งกว่าไส้เดือนในดินแฉะๆ

 

ที่ผ่านมาในชีวิตผมทำอะไรหลายๆอย่างไปโดยไม่รู้ตัวเยอะมาก

จุดประสงค์ของสิ่งเหล่านั้นมันก็แค่ทำให้คนรอบข้างหันมารัก มาสนใจในตัวผม

โดยไร้สตินั้นเอง.. ที่ผมทำให้ผู้คนต้องเจ็บปวดมาแล้วนับไม่ถ้วน

ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ไม่เคยห้ามตัวเองไม่ให้ทำอย่างนั้นได้เสียที

ผมเคยนั่งคิดเองเงียบๆคนเดียวมาหลายครั้ง

แต่เพราะผมไม่รู้ว่าที่ทำไปนั้น..

สิ่งไหนบ้างที่เข้าข่ายว่าเป็นการกระทำที่ผิด ที่เกินเลย ที่ไม่ดี

ผมก็เลยไม่อาจจะรู้ได้เลยว่าต้องวางตัวแบบไหน ต้องแสดงออกถึงระดับไหน

ต้องทำตัวยังไง จึงจะไม่ทำร้ายคนอื่น...

 

ผมมันเลวมากจริงๆในจุดนี้

ผมเรียกร้องความรักมากมายจากคนรอบข้าง

ในขณะที่ตัวเองไม่รู้จักแม้แต่การแบ่งปันความรักให้พวกเขาเลย

 

เลวแล้วเลวอีกจริงๆ

 

-จบครับ-

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

ปล. ช่วงนี้เกิดความรู้สึกอย่างนึงขึ้นมาเกี่ยวกับการพยายามลืมอดีตของตัวเอง

ผมมองว่าภาพความทรงจำในอดีตนั้นเป็นเหมือนกับพันธนาการ

ที่ผ่านมาผมตั้งใจทำอยู่สิ่งเดียวคือพยายามปลดมันออก

วิ่งหนีจากมันไป

ผมไม่เคยหยุดเพื่อคิดเลย

จนกระทั่งบัดนี้..

 

เดิมเคยมีภาพลวงตาของความสุขในอดีตให้คิดถึง

แม้จะเจ็บปวด แต่ก็เป็นปัจจัยนึงที่ทำให้มีชีวิตอยู่ไป

เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของความคิด

และความคิดทำให้ผมมีอยู่

 

แต่หากวันนึงผมลืมมันไปได้จริงๆ

หากว่าเรื่องราวเหล่านั้นมันถูกลบออกไปจากผืนผ้าใบของผมได้จริงๆ

สิ่งที่ผมเหลือนั้นก็ไม่มีอะไรอีกนอกจากความว่างเปล่า

 

ความว่างเปล่านั้นคงไม่ได้ทำให้ผมมีความสุข

มากไปกว่าการมีภาพลวงในอดีตคอยหลอกหลอนหรอก

 

แล้วอย่างนั้น

การหลบหนีจากพันธนาการนี้ไป

 

มันจะต่างอะไรกับ การกักขังตัวเองอีกครั้ง

เอาไว้ในกรงแห่ง ความโหยหาอิสระภาพล่ะ ?

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

ปล.2 ผมพูดงงๆเน้อะ

จะมีใครเข้าใจที่ผมพูดไหมเนี่ย ?

 

 

สายลมแห่งจิตใจที่ไม่ครบ32

 
疯风
 
 
" ลม....เมื่อพัดมา ใช่ว่าจะโดนแต่เราคนเดียว
แต่ก็พัดโดนคนอื่นด้วยเหมือนกัน
มีใครล่ะ ที่เก็บสายลมเป็นของตัวเองได้?
สายลมเป็นอิสระเสรี...ยาก...เกินที่จะคาดเดา
บางครั้ง สายลมก็เล่นล้อกับใบไม้ ดอกไม้ ผีเสื้อ
บางครั้ง สายลมก็นิ่งสงบ เยือกเย็น
บางครั้งสายลมก็ดูอ่อนล้า แผ่วเบา จนแทบจะสิ้นไป
 
ฉันได้แต่เฝ้ามองดูสายลม
อยากจะเอื้อมไปแตะต้อง
แต่ก้อต้องฉุกคิด...
ถึงจะเอื้อมมือไป แล้วจะจับโดนล่ะหรือ
ถ้าจับไป....แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น
สายลม ลอยละล่องอยู่บนท้องฟ้า
ฉัน นอนนิ่ง หลังแนบอยู่กับพื้นดินและหญ้าสีเขียว
แม้จะอยู่ในที่เดียวกัน เวลาเดียวกัน แต่มันก้อไม่ใช่ที่เดียวกันซะทีเดียว
 
ไม่ว่าสายลมนี้ จะเริงร่า หรือแผ่วเบา
เธอก็ยังเป็นสายลม ที่นำความเย็นสบายมาให้คนรอบข้าง
 
 
ฉันก็แค่..
 
อยากให้สายลมได้รับรู้... "
 
by : ตุ่นน้อย ณ Simplicity Space
 
 
 
ไม่มีปัญญาหาอะไรมาอัพได้ตรงใจตัวเองหรอก
ขี้เกียจไปหมดทุกอย่าง
ขี้เกียจแม้แต่จะนั่งบรรยายสภาพจิตใจตัวเอง
เนื่องจากมันเข้าใจยากเกินไป
เนื่องจากเขียนไปแล้วอาจจะยิ่งสับสนในตัวเองมากเข้าไปอีก
 
พอดีไปเจอข้อความๆนึงในสเปซของออน
ตุ่นน้อยแอ๊บนอร์มอลแห่งชุมชนปรสิต
ก็โดนใจดังโจ๊ะ..
แต่น่าจะค่อนไปทางใจของตัวเราในอดีตอยู่สักหน่อย
ตอนนี้อาจไม่ได้เป็นแบบนี้โดยเต็มๆตัวหรอก
งืมๆ แต่ก็กระแทกใจจนได้แผลใหญ่เหวอะหวะเลยทีเดียว
ก็ชอบครับ.. สารภาพว่าเป็นพวกมาโซคิสม์
ชอบทรมานตัวเองเล่น จับตัวเองขังกรง
กรงของอดีต.. แต่เอาเถ่อะ
มันก็เจ็บปวดแบบมีความสุขดี (?)
 
ตอนนี้ก็มีความสุขกับคนรอบข้างดีอยู่
พ่อแม่ พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ญาติๆ
คนรู้จักที่ไม่ค่อยได้เจอ
 
อืม.. เบอร์มือถือก็เปลี่ยนใหม่นะ
แต่ยังโทรบอกไม่ครบทุกคน
ด้วยเหตุผลว่า -ขี้เกียจ- อีกตามเคย
เพราะกับบางคนก็ไม่ได้ติดต่อนานแล้วนิ
ก็ไม่เห็นจะเป็นจะตายอะไรที่ไม่ได้คุย
เลยไม่รู้ว่าจะรีบโทรบอกทำไม
เอาไว้มีธุระแล้วค่อยโทรไปให้ตกใจเล่นดีกว่า
 
อีกอย่าง.. ก็อยากรู้ว่าพอไม่ได้คุยกันนานๆแล้ว
มันจะอีกนานแค่ไหนกว่าคนพวกนั้นจะคิดถึงเราขึ้นมา
แล้วโทรมาหากันบ้าง....
 
แล้วก็จะเกิดการโทรไม่ติด... ฮ่าๆๆๆ
 
ก็ไว้โทรไปอีกที ถ้าโดนด่า แสดงว่ามันคิดถึงเรา
ถ้ามันไม่รู้ตัวเลยก็ช่างหัวมัน.. คงแอบเคืองนิดๆล่ะมั้ง..
 
อืม.. ช่วงนี้งานเยอะเป็นบ้า
วีคนี้ทั้งวีคหยุดยาวเพราะเป็นช่วงกีฬามหาลัย
ถึงอย่างนั้น.. ก็ดูไม่ใช่วันหยุดซะทีเดียว
มันเป็นโอกาสทองในการสะสาง
 
การบ้าน  งาน  โปรเจ็กท์  และ   การอ่านหนังสือสอบ  (เห้อออ..)
 
ใกล้สอบไฟน่อลแล้ว
 
ใกล้อาร์ทส์คอนเสิร์ตแล้ว
วันนี้มีซ้อมที่คณะ.. ไม่ได้ไป
พรุ่งนี้แล้ววันต่อๆไปก็มี.. แต่ก็คงไม่ได้ไปอีกเช่นกัน
 
เซ็งมากมาย เซ็งกับการต้องทำตัวเป็นเด็กขยัน
ทั้งๆที่จริงๆแล้วตัวกูนั้นเป็น..
 
"สิ่งมีชีวิตสันหลังยาว 666 ฟุต และมีขนยาวเส้นละ 69 มิลลิเมตร ขึ้นอยู่ทุกๆ ตารางนาโนเมตรบนผิวหนัง"
 
เหอๆ.. ไปล่ะ จบดีกว่า
ต้องเคลียร์ทุกสิ่งทุกอย่างที่พล่ามมาเมื่อกี้ให้หมด
ภายในฮอลิเดย์วีคนี้..
 
สวัสดี
 

แอบเซ่น-มายน์เด๊ด

 

กรี๊ดดดดด~!!! ไม่ได้อัพสเปซมากี่ชาติแล้วน๊ะ ?

รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็ว มว๊าก~

อยู่หอมาได้เกือบเดือนนึงแร้ะเนี่ย

เน็ตก็ไม่มี (แม่ไม่คิดจะให้ข้าเจ้าติด - -)

มีแต่คอมฯ.. ครั้นจะไปพึ่งพิงห้องคอมฯคณะ

เน็ตก็สุดจะช้า คลานได้ไม่เร็วไปกว่าเต่าอายุ 6,669 ปี

คอมฯก็แสนจะห่วย.. แถมมี firewall กุโหลดบิทไม่ได้อีก

แม้แต่ msn ก็ยังเป็นเวอร์ชั่นตั้งแต่พระเจ้าเหายังไม่เกิด

จะลงโปรแกรม*าอะไรเพิ่มก็ไม่ได้.. เซ็งโคร่ดๆ

เปิดสเปซแล้วมันก็หงิกๆๆทุกทีเลย พร๊าจ้าว~ โฮๆๆๆ

 

 

ก็น๊ะ.. ไอ้ที่หายไปปลีกวิเวก / อยู่หอเนี่ย

ไม่ใช่ว่าไม่ได้กลับบ้านน๊ะ..

มันก็กลับแหล่ะแต่ไม่ได้เล่นคอมฯอยู่ดี

ก่อนหน้านี้ สอบ mid-term ก็วุ่นวายได้อีก

เรื่องของเรื่องคือข้าพเจ้าแอบโง่ไง

ถ้าไม่เนิร์ดให้มากๆ เกรดคงห่วยกว่าเทอมก่อนอีก

อาจจะเน่าจนขุดไม่ขึ้นอีกเลยก็เป็นได้

ข้าเจ้าไม่อยากตกมีนเหมือนเดิม

แล้วไปเนิร์ดหนักเอาตอน final อีกแล้วอ่ะ

เกลียดเกรดตัวเองอันต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

เห็นแล้วมัน แอบพรี มวั๊กๆ

 

 

เออ.. จนแล้วจนรอดก็ไม่เคยจะได้อัพสเปซ

ให้มันเป็นแก่นเป็นสารเหมือนคนอื่นเค้า

เคยคิดว่าจะมีเวลาว่างๆ

เอาก้อนๆที่ลอยตุ๊บป่องในสมองอยู่เต็มไปหมดนั่นมาเรียบเรียงบ่อยๆ

แต่ไม่เคยว่างเลยแม้แต่อึดใจเดียว ..ให้ตาย - -*

ว่างก็ต้องอ่านหนังสือ (หนังสือเรียน.. จริงๆนะเว้ย)

ไม่งั้นก็ถูกกิเลสชักนำ..

ไปนั่งอ่านการ์ตูน ไม่ก็นั่งเปิดหนังดู

ซวยสิกรู.. ต่อมความสามารถในการเรียบเรียงฝ่อไปแล้ว

แม้แต่ skill ในการแต่ง words ก็แทบไม่เหลือแล้วอ่ะ

พอนึกจะขีดๆเขียนๆอะไรอีกทีก็ออกมาแบบ แอบเสิร์ดๆ ตลอด

แม่* เฟลได้อีกอ่ะ  ...แงๆๆๆ

 

 

 

ปล. ช่วงนี้อยู่ในระหว่างเพิ่ม skill ในการคิดคำศัพท์หมวด แอบ-

ปล2. คิดถึง เพื่อนๆ + ชาวปรสิต ทุกคนงั๊บ

 

 

มีอารมณ์จะทำ...

1. หนังสือเล่มล่าสุดที่อ่าน...Broken Bridge.. ext reading ที่คณะ..ฮ่าๆๆ ขยันป๊ะหล่ะ

2. ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่ดู? ไปดูกับใคร? ที่ไหน?...จำไม่ได้...เอ๊ะ~!?..หรือไม่อยากจำกันน๊ะ = =?

3. รายการวิทยุที่กำลังฟังอยู่หรือเพลงที่กำลังฟังอยู่ตอนนี้...เพลงอะไรไม่รู้ในอัลบั้ม anima (nightmare)

4. ชอบฟังเพลงแนวไหนมากที่สุด...ไม่เป็นแนวว่ะ ฟังเพลงที่ฟังแล้วตัวเองคิดว่าเพราะนั่นแหล่ะ

5. พูดคำว่ารัก ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่จำได้ป่าว?...พูดเล่นๆก็คงวันนี้...พูดจริงๆ ---- จำไม่ได้แล้ว

6. ข้อดีของตัวเองคิดว่าคืออะไร?...จิตไม่ปกติ

7. แล้วข้อเสียล่ะ?...งี่เง่า

8.มองคนอื่นยังไง...มองอย่างที่(เราคิดว่า)เค้าเป็น ---- พยายามตัดคำในวงเล็บออกด้วย

9.Wallpaper ที่คอมพิวเตอร์เป็นรูปอะไร?...รูปอิตาหัวเงินใน trinity-blood อ่ะ? ชื่อไรไม่รู้ไม่ได้อ่าน..แต่มันเท่ดี

10. สถานที่ที่อยากไปมากที่สุด?...ที่ๆอยู่แล้วมีความสุข

11. คำพูดติดปาก...เปลี่ยนไปเรื่อยๆอ๊ะ..ขี้เกียจมานั่งสำรวจตัวเองวุ้ย - -*

12. ตอนนี้คิดถึงใครอยู่หรือเปล่า?...-ขอผ่าน-

13. เวลามองเห็นทะเลแล้วรู้สึกอะไร?...รู้สึกว่ามันสวยจัง~!! โอ้ romantic อะไรเช่นนี้ > <~555+

14. ผลไม้สุดโปรด?...อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ทุเรียนกับน้อยหน่า

15. มีโทรศัพท์ ถึงคุณกี่ครั้งใน 1 วัน?...ไม่เกิน 3 ครั้ง ------ บางวันมีแค่สายเดียวด้วย T^T~โคร่ดๆอับเฉา !!

16. คติประจำใจในการดำเนินชีวิต?...มีชีวิตโดยคิดว่าพรุ่งนี้อาจจะตาย แต่ฝันโดยคิดว่าชีวิตนี้มีเวลาเป็นนิรันด์

17. โทรศัพท์มือถือ หรือ โทรศัพท์บ้านสีอะไร ?...มือถือสีชมพู(?!?!?) โทรศัพท์บ้านมีหลายเครื่องว่ะ

18. ตั้งเป้าหมายในชีวิตอยากจะเรียนถึงระดับไหน?... “การเรียนรู้ ไม่ได้จบแค่ตอนเรียนจบ

19. อยากทำอะไรให้พ่อแม่ดีใจ?...หลายอย่างที่ตอนนี้ยังทำไม่ได้ กรั่กๆๆ

20. เพื่อนเราแอบชอบแฟนเราจะทำยังไง?...ตอนนี้ยังไม่มีแฟนให้เพื่อนมันมาชอบเล๊ย~!!

21. ถ้าเพื่อนสนิทกับแฟนเราแอบคบกันทำไง?...ทำงี้ลงก็ไม่เรียกว่าเพื่อนแล้ว..ใช้คำพูดผิดน๊ะค่ะคุณคนถาม

22. อกหักรู้สึกอย่างไร?...ลองเองสิ

23. เป็นคนขี้หึงไหม?...ไม่ขี้หึง แต่คิดมาก

24. ถ้าขอพรได้ 1 ข้อจะขออะไร?...ขอให้เรา control สิ่งที่เป็นของเราได้

25. อยากจะฝากอะไรถึงคนที่คุณจะส่งถึง?...คนอ่านสเปซเนี่ยน่ะเหรอ?..up entry ครั้งต่อไปกะว่าจะเล่านิทานนะค่ะ อย่าลืมมาอ่านด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ (^---^)  *โค้งๆ*

26. สิ่งที่อยากพูดมากที่สุด?...-!!censor!!-

27. และอยากฝากอะไรถึงคนที่ส่งมาให้มั้ย ...คิดถึงนะ >3<

28. เข้าเวปไรอยู่...เว็บที่เข้าอยู่ไง = =”ll (โทษที..มันเยอะจนขี้เกียจบอก)

29. คาดหวังจะได้รับเมล์จากใครเป็นพิเศษรึเปล่า...คาดหวังอย่างลมๆแล้งๆ ฮะฮะ

30. ถ้าได้หละ...ก็อาจจะลบทิ้ง (เปิดดูเด่ะว่ะ ถามแปลก - -*)

31. คุณกำลังเรียนอะไรอยู่...เรียนไปเรื่อยๆ หลายๆอย่าง ^^”ll

32. พอใจ หรือ ชอบมั้ย...ไม่พอใจเท่าไหร่หรอก โลกใบนี้น่ะ (ว๊าก~!! เห็นตอบแบบนี้แต่กุไม่ได้ fail อยู่น๊ะ !!)

33. ถ้าเปลี่ยนได้อยากเปลี่ยน...ในเมื่อเปลี่ยนจริงๆไม่ได้แล้วจะไปคิดทำไมเล่า - -!!

34. เพื่อนสนิทเป็นยังไง...ก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดแล้วไงล่ะ

35 เพื่อนกับแฟน เลือกอะไร...ทำไมต้องเลือกด้วยล่ะ มันคนละเรื่องกันเลย

36. คิดว่าจะได้ทำงานอย่างที่เรียนมาปะ...ไม่มีวัตถุดิบก็ไม่มีผลิตภัณฑ์...หรือไม่จริง?

37. ถ้าไม่ได้ทำ อยากทำอะไร...ไปตายได้แล้วแบบนั้นน่ะ...เหอๆๆ

38. รักครั้งแรกเมื่อไหร่...ยังไม่แน่ใจว่า..รักที่เราเคยเจอ..กับ..รักจริงๆ..มันเป็นอันเดียวกันรึเปล่า?

39. แล้วทำไรบ้าง...จนตอนนี้ก็เลยยังพยายามหาคำตอบอยู่เนี่ย

40. อกหักมากี่ครั้งแล้ว...ไม่เกิน 1 ครั้ง - -*

41.เคยร้องไห้เรื่องไรบ่อยสุด.....เรื่องไม่เป็นเรื่อง!

42. อยากแต่งงานมั้ย...ยังไม่ได้คิดในตอนนี้เค่อะ (ตอบเหมือนดาราเลย ฮ่าๆๆ)

43. ถ้าไม่ได้แต่งอะ...ก็ไม่เป็นไร

44. อยากได้แฟนแบบไหน...เป็นอย่างไหนก็อย่างนั้นแหล่ะ

45 เชื่อพรหมลิขิตมะ...เคยเชื่อน๊ะ...เออ...จะว่าไป..ตอนนี้ก็ยังเชื่ออยู่นี่หว่า

46. ตอนนี้อยากเจอใครที่สุด...-ขอผ่านอีกแล้วฮร่ะ-

47. ส่วนมากจะถามเรื่องไรบ้าง...คาบต่อไปเรียนไหนเหรอ(ริชชี่)?”...ไม่เคยจำห้องเองเลยกุ - -*

48.  ถ้าย้อนเวลาได้อยากย้อนไปช่วงไหน...มันย้อนไม่ได้โว้ยยยย!!..ไม่อยากคิด..เดี๋ยวfailอีก

49. อยากส่งเมล์นี้ให้ใคร...ขี้เกียจส่ง...ทำลงสเปซแทน

50. ถ้าเค้าไม่ตอบกลับอะ...จะตอบได้ไหมเนี่ย? ถ้าว่าง+คิดว่าไม่ไร้สาระ..จะตอบก็ดี..อยากอ่านอยู่เหมือนกัน

51. ภูเขา กับ ทะเล ชอบอะไร...absolutely ทะเล~~~* อั๊งค์ > <~~~!!!

53. เล่น icq ปะ...เชยได้อีก

55. เขียนข้อความที่ทำให้คนที่เราส่งให้ตอบกลับ....ไม่ต้องตอบน๊ะ..ไม่อยากอ่านนักหรอก

56. เรื่องใดในโลกนี้ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคุณได้ง่ายที่สุด...เรื่องไหนดีล่ะ?...มันชินชา

57. คุณคิดว่าชีวิตประจำวันของคุณแวดล้อมด้วยสีอะไรมากที่สุด....สีสัน =__=”ll

58. อะไรที่คุณไม่มีวันจะเสียเงินซื้อมันเด็ดขาด...ความรู้สึก

59. สิ่งที่ฟุ่มเฟือยมากที่สุดที่คุณเคยทำคือ....มอบความรู้สึกดีๆให้คนที่เค้าไม่เคยแม้แต่จะสนใจเรา

60. คุณสมบัติที่ดีที่สุดในตัวผู้ชายคือ...มีด้วยเหรอ? (กร๊ากกก 555+ ล้อเล่นๆ)

61.คุณสมบัติที่ดีที่สุดในตัวผู้หญิงคือ....เออ..นึกไม่ออกจริงๆ - -*

62. อะไรคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในตัวคุณ...ความคิดมั้ง?...ความคิดที่ออกจะเพ้อเจ้อๆอยู่ตลอดเวลานี่ล่ะ

63.อยากพบและอยากคุยกับตัวเองตอนอายุเท่าไหร่...ตอนนี้ก็คุยอยู่ทุกวัน...นั่งเถียงกันอยู่เนี่ย (บ้าไปแล้ว~?!)

64. ในชีวิต คุณเคยร้องไห้มากที่สุดด้วยสาเหตุใด.....สาเหตุไรไม่รู้...เกี่ยวกับอารมณ์ฟุ้งซ่านนั่นล่ะ

65. หนังที่เรียกน้ำตาคุณได้มากที่สุดคือเรื่องใด.....Passion of the Christ มั้ง...คิดว่าน๊ะ

66. อัลบั้มโปรดในดวงใจ อันดับ 1 คือ...ฟังเป็นเพลงๆ...ไม่ได้ฟังเป็นอัลบั้มอ๊ะ

67. เข้าเวบไหนบ่อยสุด.....จำไม่ด้าย =w=~!!

68. เพลงที่คิดว่าเพราะที่สุดในโลก....เสียงคลื่นทะเลตอนกลางคืน

69. ให้เลือกอยู่ประเทศไหนก็ได้ในโลก...ที่ไหนก็ได้...ยังไม่ได้คิดอ่ะ...แต่อยากอยู่ญี่ปุ่นแห่ะ ^^”ll

70. หนังสือเล่มที่ดีที่สุดในตอนนี้สำหรับคุณ....หนังสือเรียนวิเศษ...อ่านรอบเดียวเข้าใจแจ่มแจ้ง

71. อยากให้ใครเข้าใจเรามากที่สุดในตอนนี้...ตัวเอง

72. คำสั้นๆที่อธิบายความเป็นตัวคุณได้ดีที่สุด...เฮ้ย..ถ้าคิดว่าคำๆเดียวอธิบายได้หมด งั้นจะมาทำไมหมดนี่หล่ะ?!

73. อยากให้บั้นปลายชีวิตของตัวเองเป็นยังไงบ้าง...คลี่คลาย

74. สิ่งที่คิดว่าจะขาดไม่ได้เลยในชีวิตนี้...ความสุข

75.ตายแล้วไปไหน...ไม่รู้อ่ะ...ทำไมต้องอยากรู้ล่ะ...รู้แล้วได้อะไรขึ้นมา?

76. ถ้าเป็นพ่อแม่ของคนที่เกลียดจะทำยังไง....ก็ไม่ไง..ก็เป็นพ่อแม่ที่ดีที่สุดอย่างที่พ่อแม่ของทุกคนควรจะเป็น

77. แฟ้มของคุณตอนนี้มีไรบ้าง....ไม่มีแฟ้มอ่ะ ~ ~” ชีวิตไร้ระเบียบ เหอๆ

78. เวลาอาบน้ำอาบยังไง...รู้มาดูเองไม๊~!!?!?

79. เสื้อผ้าชิ้นไหนคุณถอดชิ้นแรกสุด...เคยชินที่จะถอดชิ้นล่างก่อนน๊ะ (กางเกง/กระโปรง นั่นล่ะ) ^^”ll

80. แนวเสื้อผ้าที่คุณใส่....แล้วแต่อารมณ์ของวันนั้นๆนะ มันไม่เหมือนกันง่ะ

81. เวลาเปิดคอมคุณทำอะไรอยู่....โหลดอะไรสักอย่างก็ได้ในบิท--ออนเอ็มทิ้งไว้--ทำการบ้าน

82. ไดอารี่ที่คุณเขียนครั้งล่าสุดคุณเขียนอะไร....entry ข้างล่างเนี๊ยะ

83. ภรรยา หรือ สามี คุณชื่ออะไร....เยอะแยะเต็มฮาเร็ม...แจกแจงไม่หมด - -*

84. มีเพื่อนคนไหนเคยทำอาหาร....ขนาดชั้นยังเคยเลย...ใครจะไม่เคยว่ะ?

85. อาหารที่คุณทำอร่อยมากที่สุด....อร่อยทุกอย่างแหล่ะ...มาม่า...โจ๊ก...(สำเร็จรูป)...สลัด...สุกี้...(อันนี้ใช้ตีนทำก็ยังอร่อย)

86. วิชาที่ได้เกรดห่วยที่สุด.....เลข ม.ต้น เกาะหนึบกันเกรด 2 ตลอด (ล่าสุด eng กับ civ ได้ C+ เหอๆ ^^”)

87. แผ่นซีดีที่คุณซื้อล่าสุด.....ซีดีเปล่า~!! (LoL)

88. ของที่ชอบกินมากสุด.....กินเธอไงจ๊ะ

89. คิดอะไรอยู่ตอนนี้....คิดถึง...ตื๊ด -censor-

90. สิ่งที่อยากได้....เงิน *----*

91. หนังที่อยากดู และอยากชวนใครไปดูด้วย...อยากดูหลายเรื่องอยู่นะ...แต่คิดว่ารอซื้อแผ่นดีกว่า

92.เพื่อนที่คุณยืมเงินบ่อยมากที่สุด...ไม่เคยยืมใครเกิน 1 ครั้งน๊ะ (เพราะกลัวมันทวงของเก่า...เอ๊ย!!..ไม่ชอบติดหนี้ใครตะหาก)

93. สเป็กคุณ...มาสมัครเห่อะ ไม่กำหนดคุณสมบัติ สอบสัมภาษณ์อย่างเดียว...ประกาศผลเลย 555+

94. รู้สึกยังไงกะคนที่คุณคบอยู่ตอนนี้... หือ?...หมายถึงเพื่อนเหรอ?...ก็ดีกันทุกคนอ๊ะ

95.  คิดยังไงกะแฟน ... กำลังหาอยู่...ตอนนี้ไม่มีเฟ้ย

96. เพื่อนที่คุณโทรคุยบ่อยที่สุด....ถ้าไม่ใช่งานก็ไม่ค่อยโทรนะ...แบบว่าไม่ชอบทางโทรศัพท์อ่ะ...ชอบแบบถึงเนื้อถึงตัวมากกว่า

97. เกมที่ชอบ ... ไม่ชอบเล่นเกมว้อย TT^TT;;~!!

98. นังเหมียวยั่วสวาทกะบันนี่ชอบอะไรมากที่สุด....เสียใจด้วย...ไม่ค่อยนิยมพวกมีหูมีหางถ้า maid ล่ะก็..จัดมาเลย ^^

99. วันไหนของเดือนที่ชอบมากที่สุด...ทุกวันที่มีความสุข

100. นิสัยที่เกลียดมากที่สุด....งี่เง่า (คำเดียวที่ครอบคลุมคำอื่นได้อีกเยอะ เหอๆ)

101. ใครที่ชวนไปเที่ยวแล้วเบื่อที่สุด....แม่ > <”ll

102. ใครที่ไม่อยากให้มาที่บ้านคุณ และอยากให้มาที่สุด...บ้านกรูอยู่ของกรูเอง...ไม่ต้องมา..ขี้เกียจทำความสะอาด (ว้อย)

103. คิดยังไงกะดอกไม้...มีหลายพันธุ์...ต้องดูแลต่างวิธีกัน...บางต้นก็เปราะบาง...บางต้นก็โตง่ายตายช้า...น่ารำคาญ

104. คิดยังไงถ้าเพื่อนทำอาหารสูตรใหม่มาให้แบบพิสดาร....เฮ้ย~!! น่ากินจังเลยว่ะ ขอบคุณน๊ะเว้ย แต่น่าเสียดาย..กุพึ่งกินข้าวมาตะกี้...โคร่ดอิ่มเลยอ่ะ

105. มันหายไปไหนไม่รู้...เออ...แล้วกุจะไปรู้เร๊อะ

106. สิ่งที่อนาถที่สุดในตัวคุณ....อนาคตที่มืดมนทางการเรียน (เอิ๊กส์ๆๆ)

107. คนที่ใจร้ายที่สุด.... ด้านมืดของข้าเจ้าเองนี่หล่ะ

108. มีอะไรอยากบอกถึงคนที่อ่านด้วย....ขอให้มีความสุขทุกๆวันเน้ะ ^^

109. แนะนำตัวเองหน่อย...เท่าที่อ่านๆมานี่ยังอยากรู้จักอยู่อีก...จริงๆเหรอ?

110. มีแจกันอยู่ 1 ใบจะใส่น้ำมากขนาดไหน.....ใส่ทำไมอ่ะ?...จะจัดดอกไม้แล้วเหรอ?

111. ให้คิดคำถามมา 1 ข้อสำหรับถามคนรับ....ทุกคนที่อ่านนะเร๋อ?...ก็.....สบายดีไหม ? เป็นห่วงน๊ะ ^^

112. ชอบเมล์แบบนี้ไหม เบื่อป่ะ... ส่วนมากจะเบื่อ...แต่บางอารมณ์ก็อยากทำ (เช่นตอนนี้เป็นต้น - -*)

113.ถ้าได้เมล์แบบนี้ จากคนที่คุณชอบ จะรู้สึกยังไง....มันกินยาผิดรึเปล่าว่ะ?

114. จะผิดมั้ยที่จมปลักกับคนๆเดียว...ไม่ผิดเพราะไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน...แต่ก็ต้องคิดเอาเองว่ามีความสุขรึเปล่าที่ทำแบบนั้น?

คำถามอะไรของมันไม่รู้ จบแล้ววววเออ...เย้ จบแล้วว้อย~ ^^!!

never

 
 
เวลามีใครมาทำให้เจ็บปวด
 
ฉันโกรธ
 
เธอเองก็ทำให้ชั้นเจ็บ
 
แต่ฉันไม่โกรธ
 
ไม่ใช่เพราะเธอสำคัญ
 
ไม่ใช่ไม่เคยโกรธ
 
ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับเธอหรอก
 
แต่เพราะว่ามันเจ็บจนชาชิน
 
ซ้ำซ้อนจนรู้สึกว่ามันช่างงี่เง่าสิ้นดี
 
โกรธใครบางคนโดยที่คนคนนั้นไม่เคยรู้ตัว
 
ไม่เคยสนใจไม่ว่าเรื่องไหน
 
ฉันไม่โกรธ
 
เพราะรู้ตัวดีอยู่แล้ว
 
ว่าไม่ว่าเวลาใดก็ไม่เคยมีฉันอยู่ในชีวิต
 
รู้ว่าความสำคัญของฉันไม่เคยมีอยู่
 
สำหรับเธอ
 
ไม่มีเลย
 
 

เลวบัดซบ

 
 
 
กูไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองได้รับ
 
ใครๆมันก็เป็นอย่างนี้ไม่ใช่เหรอ ?
 
คิดแบบนี้ จนสุดท้าย..กูมันก็แค่เด็กที่ไม่รู้จักโต
 
 
 
 
 
กูอยากเป็นคนจัดการชีวิตของกูเอง
 
ทั้งๆที่โลกนี้มันมีอันตรายตั้งมากมายที่ "คนทั่วไป" คิดว่ากูยังไม่ควรเผชิญ
 
คิดแบบนี้ จนสุดท้าย..กูก็แค่คนที่ไม่มองความจริง
 
 
 
 
 
กูอยากให้เวลาทั้งหมดในชีวิตกูเป็นของกู
 
ทั้งๆที่ความเป็นจริง คำว่า "อิสรภาพ" มันก็เป็นแค่ภาพลวงตาของคนเกลียดพันธะ
 
คิดแบบนี้ จนสุดท้าย..กูก็แค่คนเห็นแก่ตัว
 
 
 
 
 
ถึงอย่างงั้น.. กูก็ยังอยากจะเป็นเจ้าของคำว่า "อิสระ" ปลอมๆนั่นอยู่ดี
 
ทั้งๆที่ความจริงชีวิตนี้มันก็ไม่ใช่ของๆกูเพียงคนเดียว..
 
หรือจะพูดว่า "มันไม่ใช่ของกูเลยด้วยซ้ำ" ก็ได้
 
คิดแบบนี้ จนสุดท้าย..กูก็แค่คนไร้เหตุผล
 
 
 
 
 
ไม่รู้จักโต ไม่มองความจริง เห็นแก่ตัว ไร้เหตุผล งี่เง่า เลวบัดซบ
 
 
ไม่รู้จักโต ไม่มองความจริง เห็นแก่ตัว ไร้เหตุผล งี่เง่า เลวบัดซบ
 
 
 
 
ไม่รู้จักโต ไม่มองความจริง เห็นแก่ตัว ไร้เหตุผล งี่เง่า เลวบัดซบ
 
 
 
 
ไม่รู้จักโต ไม่มองความจริง เห็นแก่ตัว ไร้เหตุผล งี่เง่า เลวบัดซบ
 
ไม่รู้จักโต ไม่มองความจริง เห็นแก่ตัว ไร้เหตุผล งี่เง่า เลวบัดซบ
 
 
 
 
 
เลวบัดซบ ที่สุด ในโลกนี้.................
 

metropolis

 

แสงไฟที่วูบไหวอยู่รอบตัวนั้นวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว

หลังม่านน้ำตาแห่งความเดียวดายมองไม่เห็นสิ่งใด

ทุกเวลามีเพียงสายลมรุนแรงพัดเสียดผิวกายไม่ปราณี

....เต็มไปด้วยบาดแผลที่ปวดร้าวลึกอยู่ทั่วกาย

 

หัวใจเหมือนถูกบีบรัดด้วยสายไฟที่มีหนามแหลมคมดุจก้านกุหลาบ

ตึกรามที่ยืนเบียดเสียดขนาบกายอยู่ช่างไร้จิตใจ

ไม่ว่าหันไปทางใดก็เห็นแต่เพียงสิ่งเหล่านี้

....อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าความสวยงาม?

 

หากว่ามันแทรกตัวอยู่ในที่ใดซักที่หนึ่ง

เพื่อหลบเร้นกายให้พ้นจากคนที่ไร้จิตใจ

ผมจะมีสิทธิ์เป็นคนที่ค้นหามันพบไหม

....ท้องฟ้าที่ปราศจากสีสันใดนอกจากความครึ้มเทา

 

เมฆหมอกที่มองไม่นั้นเห็นบดบังความสุขของผมออกไป

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ออกวิ่งไล่ตามไปโดยไม่รู้ตัว

มันกลับถูกนำไปฝังให้ยิ่งไกลและลึกลงไปในก้นบึ้งแห่งความดำมืด

....ณ หนใดสักแห่ง บางสิ่งบางอย่างเฝ้ารออยู่อย่างสงบ

 

บนโลกที่อยู่ใต้ท้องฟ้าอันคับแคบประดุจกรงขังนี้

กฎเกณฑ์ที่ไร้หัวใจเข่นฆ่าจิตวิญญาณไปจากชีวิต

แสงและเงาที่หลอกลวงเหล่านั้นค่อยๆพรากลมหายใจไป

....การเฝ้ารอที่ไม่มีวันสิ้นสุดกับเป้าหมายที่แสนลางเลือน

 

เสียงเพลงที่บรรเลงอย่างไร้ท่วงทำนองส่งนัยที่หายไป

ความปวดร้าวที่ซึมซับอยู่ทุกอณูไม่มีวันจืดจางบรรเทา

เมื่อไรกันที่ทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้จะแตกสลายไปเสียที?

....เพื่อสีขาวและดำอันสวยงามนั้นที่จะถูกผสมขึ้นอีกครั้ง

 

 

 

 

 

ไม่รู้จะไปใส่ไว้ที่ไหนดีแล้ว ก็ยัดมันลงสเปซนี่ล่ะกัน - -*

เวิร์ดเน่าๆเคี่ยวเข็นออกมาอย่างมึนๆ ที่จริงเริ่มไว้ชาติปางก่อน..

ตอนดู anime เรื่อง Ai no Kusabi อันสุดแสนจะเศร้าซึ้งนู๊น~

ข้าน้อยห่างหายกะการใช้สมองส่วนนี้มานานจนสนิมเขรอะ

เลยออกมาห่วยอย่างน่าใจหาย ภาษาก็ทะแม่งๆหูเงี๊ยะ!!

สรุป : เซ็งจิตจริงๆขอรับ - -*

 

Möbius

.
.
.
 
disappoint กับเรื่องบางเรื่อง (หลายๆเรื่อย)
 
มันดูเล็กน้อยมากในชีวิต
 
แต่เวลาตั้งความหวังอะไรไว้
 
ถ้ามันผิดจากที่หวัง.. แม้แต่นิด
 
..ก็ต้อง depress เป็นธรรมดา (จริงไม๊?)
 
.
.
.
 
- - - - - - - - - - - -
 
.
.
.
 
สำนึกในความ pointless ที่ตัวเองเป็นอยู่
 
ถึงจะพยายามลืมมันไปในทุกๆวัน
 
แต่ก็รู้อยู่ว่าหนีมันไม่พ้น ..สักวันเดียว
 
.
.
.
 
เฝ้าแต่อิจฉาคนอื่น .. เฝ้าแต่สงสารตัวเอง
 
ก็รู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ
 
แต่มันก็เป็นความจริง.. และไม่สามารถคิดเป็นอย่างอื่นไปได้
 
แล้วจะให้ทำยังไง?
 
.
.
.
 
ก็กูเป็นคนเหมือนคนอื่นเค้า
 
ก็กูไม่ "พอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น"
 
กูไม่ "พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี"
 
แล้ว.. จะให้กูคิดอะไร
 
แล้ว.. จะให้กูทำอะไร
 
ก็บอกกูมาเซ๊ ~~~~~~ !!!!
 
.
.
.
 
- - - - - - - - - - - -
 
.
.
.
 
บางเวลาที่สำนึกในความเลวของตัวเอง
 
.
.
.
 
ความทรงจำในอดีตที่ยังไงก็ไม่มีทางเลือนหาย
 
ก็มีพวกมันอยู่เป็นเพื่อนในทุกๆวัน
 
..พวกมันมีเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นๆตามเข็มนาฬิกาที่หมุนไป
 
มีเยอะก็ดี.. แต่บางทีพอคิดถึงมันก็อึดอัด
 
.
.
.
 
เรื่องบางเรื่อง.. พูดได้แค่คำว่า "ขอโทษ"
 
เรื่องบางเรื่อง.. คิดได้แค่คำว่า "กูมันโง่เอง"
 
เรื่องบางเรื่อง.. มันก็...
 
.
.
.
 
 ---พูดไม่ออก---
 
.
.
.
 
ไม่กล้าแม้แต่จะพูดคำว่าขอโทษ
 
เพราะรู้ว่ายังไงมันก็ไม่มีทางสาสม
 
ไม่กล้าพูด.. คำๆนั้น
 
.
.
 
"เราขอโทษ"
 
.
.
.
 

t(-_-t) ****

บทสรุปของการรอคอยมาเป็นระยะเวลานานแสนนาน
นาน.......เกือบ 1 เดือน (หรือมากกว่านั้นก็ไม่รู้)
คะแนนกรูยังคงอยู่อย่างเดิม ---  ---*
มีแต่ eng. o-net ที่เพิ่มมา 1 คะแนน
แต่ก็เป็น 1 คะแนนที่ดีใจมากเลยน๊ะ
ถึงเพิ่มมา 2 คะแนนก็จะไม่ดีใจกว่านี้หรอก
เพราะมันทำให้ได้มา 69 คะแนนพอดีเป๊ะเลย 555+
 
สมัครเลือกคณะเสร็จแล้ว
จ่ายตังค์ไปแล้วเมื่อกี้นี้เอง
เลือกแบบตรงตาม step เด็กมนุษย์ฯมากๆเลย
(รู้สึกตัวเองโง่สัดอ่ะที่เลือกเป็นอยู่สาขาเดียว)
ขี้เกียจอธิบายละเอียดยิบย่อย
เอาเป็นว่า เรียง cu / tu / ku / swu ไปนั่นแหล่ะ
แล้วก็มีแต่อักษรฯ เน้นที่ภาษาจีน เลือกสอบฝรั่งเศส
ประมาณนี้..
 
ตอนแรกๆ t-score ออกมากก็ดีใจว่ามันเยอะดี
พอเป็น raw ขึ้นมาล่ะมิงเอ๊ย
แอบเศร้าไป 69 ชั่วโมง..
แต่จะให้คิดอีกทีก็ทำตัวเองอ่ะน๊ะ
ตอนก่อนสอบ.. ปากก็บอกว่ากรูจะขยันๆ
อยู่บ้านตั้งหลายวันเพื่ออ่านหนังสือ
แต่สรุปกรูก็นั่งดูทีวี ไม่ก็แดกขนม
วันนึงอ่านหนังสือไม่ถึงครึ่งวันหง่ะ
ได้คะแนนมาแค่นี้ก็บุญกะลาหัวแล้วหล่ะ
ยิ่งคะแนนเลขกะวิทย์ยิ่งเน่ามากๆ
แล้วจะไปเลือกนิเทศกะเค้าได้อย่างไร 555+
ไม่หาญกล้าฝ่ะ เลือกแล้วไม่ติดเดี๋ยวจะน้ำตาเช็ดตาตุ่ม เหอๆ
 
ที่รอดมาได้ขนาดนี้ต้องขอบคุณเจ๊ปิงกี้สำหรับ th. + so.
ส่วน eng. น๊ะ.. อยากบอกว่า Enc. ที่เรียนมาช่วยได้น้อยมากๆ
คะแนนขนาดนี้ไม่ต้องเรียนเลย แต่ทำข้อสอบเองก็ยังได้ - -*
 
เออ.. แต่ fr. นี่ไม่เป็นที่น่าพอใจอย่างรุนแรง
ขอบคุณ+ขอโทษ ..พี่เจมส์..
ขอบคุณมากๆที่ทำให้น้องได้ fr. เกรด 4 ตลอดที่รร.
ทำให้น้องเรียน fr. อย่างมีความสุข (เพราะเรียนรู้เรื่องกว่าคนอื่น)
ช่วงปีสุดท้ายขี้เกียดเลยเลิกเรียนกะพี่.. ขอโทษด้วย
ขอโทษมากๆ ..แต่น้องก็ได้รับบทลงโทษเองแล้วหล่ะ
truely sorry, gomennn~ TT^TT;;
 
- - - - - - - - - - - - - - - - -
 
พึ่งรู้ว่าไอ้ ubc มันเปลี่ยนใช้กล่องผีได้..
ใช้แล้วจะได้ดูครบทุกช่องไม่ว่าจะจ่าย package ไหนก็ตามอีก
แม้แต่แบบ platinum ก็ยังต้องเพิ่ม a la carte ช่องละ 1000
แต่ไม่ต้องแล้ว.. ตอนนี้กรูฉลาดแล้ว
เพราะกรูมีลุงฉลาด 555+
เดี๋ยวจะซื้อกล่อง 2000 มาใช้แทน
แล้วกรูจ่าย package education ต่ำสุดแม่งเลย
แต่กรูจะได้ดู NHK ด้วยหล่ะ กร๊ากกก 555+
(ใครจะว่ากรูโง่ที่พึ่งรู้เอาตอนนี้ก็ชั่ง
แต่กรูดีจัย ก็เลยบอก มีปัญหาไรม๊ะ ?)
 
- - - - - - - - - - - - - - - - -
 
เมื่อวานนี้ไปซื้อหนังสือมาอีกเล่ม ...และด้วยความหน้ามืด
นั่งเลือก ยืนเลือก นอน(เกลือกกลิ้ง)เลือก อยู่หลายชั่วโมง
ก็หยิบไอ้หนังสือบ้าเล่มนึงมา...
 
ไม่รู้โชคร้ายหรือโชคดี
 
คือเล่มอื่นน๊ะ ดูแล้วดูอีก..
อ่านทั้งปกหน้า ปกหลัง
คำนำคนเขียน คนแปล สนพ.
บทนำ ประวัติคนเขียน
(เว่อร์ไปแล๊ะๆ)
 
แต่ไม่รู้อะไร(แม่*)ดลใจ
มาเลือกไอ้เล่มบ้าที่แกะห่อออกดูไม่ได้เนี่ย - -*
 
สุดท้าย.. เปิดอ่านแค่หน้าแรกยังไม่ผ่านเลย
ไปต่อไม่ได้เพราะกรูงง กรูอ่านไม่รู้เรื่องเลย 555+
 
The GODFATHER Returns
 
ไอ้คุณเล่มนี้แหล่ะ.. มันเป็นภาคต่อไง
แมร่* ไม่อยากจะ said แต่พอจะสำเหนียกเข้าไปในใจแล้ว
ว่าถ้าอยากจะรู้เรื่อง.......
 
"กรูต้องอ่านหนังสือไม่ก็ดูหนัง ไอ้ The GODFATHER(เฉยๆ) นั่นก่อน"
 
เซ็ง..  FU*K..  t(-_-t)
 
 

Black Bird

ทำ list ของเว็บที่เข้าประจำเสร็จแว้ว~
ต่อไปนี้จะเล่นอะไรๆก็ผ่านสเปซได้
ง่ายดี.. แต่แอบเหนื่อยๆ = ="ll
ไม่ต้องพึ่งไอ้คอมพ์ร้านมันแล้ว
แม่งอะไรลงไว้นะ.. พอ restart ก็หายหมด
แต่ชั่งมัน.. กุไม่ง้อแร้วเฟ้ย
เพราะมีในสเปซนี่แร้วงาย (อุว่ะห้าๆๆๆ) 
 
เมื่อคืนนี้ย้ายคอมพ์เข้ามาไว้ห้องนอนเรียบร้อยล้ะ
อยู่ตรงปลายเตียงพอดีหล่ะ
แอร์เย็นๆ นอนกลิ้งไปกลิ้งมาเล่นได้ สบายดี
(แต่ถ้ามีเน็ตจะดีกว่านี้มากๆโรย - -*)
 
ว๊ากกก~~!!! เน็ตจ๋า...
ช่วยมาให้ถึงบ้านกรูทีเด๊ TT^TT;;~~!!!
 
 
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
 
 
 
"เขาเฝ้าแต่พูดว่ามีเพียงนกสีดำและอินทรีเท่านั้น
ที่จะประสบความสำเร็จในสิ่งที่ผู้อื่นทั้งหมดล้มเหลว"
 
 
The Romanov Prophecy : Steve Berry
 
 

net in the future

ตอนนี้พอจะทำใจรับกับสภาพที่เป็นอยู่ได้บ้างล่ะ
เพราะว่าเราขนทั้ง favorites ที่เข้าประจำ
ทั้ง user/pass ที่ต้องใช้มาไว้ในเครื่องนึงที่ร้านแล้ว
อีกอย่างดูเหมือนฟ้าเป็นใจ
load ของจาก mgul ได้แล้ว ..ไม่รู้เพราะอะไร - -*
 
ยังไงก็ตามเราก็ยังช้ำใจอยู่ดี
usb เรามันอันกระจึ๋งนึง (256 mb)
ของที่โหลดวันนึงมันมีเยอะกว่านั้นมาก(มากๆๆๆๆ)
ก็เลยขนกลับบ้านไม่หมด ..เหอๆๆ
ต้องกว้านยืมของป๊ามา save ด้วย
(จนเกือบจะโดนด่าอยู่แล้ว - -")
 
ตอนนี้ก็ได้โต๊ะคอมอีกตัว ..เป็นตัวเก่าของป๊า
ก็เลยจะย้ายคอมเราไปไว้ในห้องนอน(ซึ่งมันมีแอร์ 555+)
ส่วนโต๊ะในห้องเราก็เปนโต๊ะเขียนหนังสือไปตามเดิม
 
ก็ดีเหมือนกัน ..ได้เล่นเย็นๆ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องรอบ้านมีเน็ตก่อน
ซึ่ง...
 
!!! ชาติไหนมันถึงจะมีเรายังไม่รู้เลย !!!
 
ไอ้ true บ้า ~
ไอ้ tot ก็บ้า ~
 
บ้า บ้า บ้า ..
บ้า บ้า บ้า บ้า ๆ ๆ ๆ ..
ช๊านเกลียดพวกแกรว้อย TT^TT~!!
 
 

waiting

เครียดว้อยยยย~~!!
แม่ง.. จะหยิบจะคลิ๊กอะไรมันก็ติดขัดไปหมด
 
เริ่มตั้งแต่เปิดเครื่องออนเอ็ม
จะพิมพ์ชื่อภาษาห่าอะไรก็ไม่ได้
ต้องเข้าเว็บไปก็อบเค้าลูกเดียวเลย
ทั้ง ญี่ปุ่น / จีน / ฝรั่งเศส
(ที่จิงควรมีเกาหลีด้วย แต่ภาษานี้ถึงมีก็พิมพ์ไม่เป็น)
 
พอจะเข้าเน็ตโหลดของ
แม่ง.. ไม่มีห่าไรเมมไว้เลย !!
อุส่าเอา favorite ใส่ไดรฟ์มา
ยังไงมันก็ไม่ auto-login ให้อยู่ดี
กรุก็จำทั้ง user ทั้ง password ตัวเองไม่ได้เล๊ย
 
จะเข้าปิงบุ๊ค
โหลดเค้าอย่างเดียวก็ละอายใจ
แต่ไม่มีคลังของตัวเองอยู่กะตัวก็ไม่มีอะไรจะอัพโหลดให้เค้า
แมร่งเอ๊ย.. ชาตินี้กรูไม่ต้องมีเพลงใหม่ฟังแล้วมั้ง !!
เออ ไปหาที่อื่นโหลดเอาก่อนก็ได้
 
ไปโหลดบิทล้ะกัน ?
แต่ให้ตายเห่อะ (เว้ย) !!
แมร่ง.. ไม่มีโปรแกรมอ๊ะ
ไม่อยากจะโหลดมาลงไว้เลย
เดี๋ยวป๊าก็มาเช็คๆๆ
ถ้าเน็ตร้านมันช้าลงเมื่อไหร่กุก็ซวยอีกเมื่อนั้น !!
ว้อยยยๆๆๆ
 
จะหาเพลงวิช่วลฟัง
คนอัพเค้าก็อัพใส่เว็บ megaupload
กรุก็ไม่รุ้ว่าเครื่องพวกนี้มันเป็นเชี่ยอะไร
มันฟ้องให้เสียตังลูกเดียว ไม่งั้นโหลดไม่ได้ = ="
กุก็ไม่เข้าใจ.. ทะมัยเครื่องกุมันโหลดได้ว่ะ !!
 
สรุปทําห่าไรไม่ได้เลยสักอย่าง เซ็งว้อยยยย~~!!!
 
ที่บ้านคอมก็ตั้งอยู่ห้องกรู
กลับบ้านไปอย่างมากก็เล่นได้แค่ 10-20 นาที
แต่.. แสรดเอ๊ย
ร้อนก็ร้อน cuz ห้องมันไม่มีแอร์
ที่สำคัญ...
มันไม่มีเนตด้วยงั๊ยยยยยยย~~!!!!!
จะให้กูทําอะไรได้หล่ะ ห่า!!
อย่างมากก็เอาของที่โหลดมา (แค่พวกมังงะ โดจิน ซีจี)
ก็อบเก็บลงเครื่อง + นั่งอ่าน
แค่นั้นเองร๋อว่ะ ???
 
แสรดเอ๊ยยย ชีวิตบัดซบจิงๆกรู !!!!
 
 
- - - - - - - - - - - - - - - - - -
 
 
เมื่อวานมีคนลืมหนังสือไว้ที่ร้าน
แต่แอบชั่วในใจ
ภาวนาให้เค้าไม่มาเอาคืน (เลวมาก)
แต่ก็ปรากดว่าเค้ามาเอาคืน
เหอๆๆๆ..
เป็นใครๆก็เอาคืนว่ะ
เพราะมันคือ..
 
"The Romanov Prophecy : รหัสลับรัสปูติน"
 
โอ้ว.. พร๊าเจ้าจ๊อด..
หนังสือเล่มใหม่ในชุด unputdownable !!
 
พอเค้ามาเอาคืนเท่านั้นแหล่ะ
รีบวิ่งลงไปร้านหนังสือแล้วฉกมาทันที
แถมหลวมตัวทําบัตรสมาชิกนายอินทร์ไปด้วยเลย - -*
 
กร๊าก.. นี่ดีน๊ะที่ไม่ได้ไปงานหนังสือ
เพราะถ้าไปล่ะก็ตังค์กี่พันก็ไม่อยู่แน่ๆอ่ะ
บางทีถ้างบไม่อ้นล่ะก็
ป่านนี้หนังสือได้กองเต็มบ้านไปแล้วแน่ๆ
 
เห้อ~!!
 
 
- - - - - - - - - - - - - - - - - -
 
 
เออ.. ช่วงนี้เป็นอยากฆ่าคน
โดยเฉพาะไอ้พวก สกอ. สทศ. อะไรเทือกนั้นหน่ะ
เป็นโรคไส้เลื่อนยิ่งกว่างาน j-rock อีก
 
ก่อนจะเริ่มใช้คนเค้าก็ประท้วงกันแล้ว
เค้าถามว่า "มึงพร้อมเร๋อ?"
มึงก็ตอบว่า "พร้อม"
 
พอมาตอนนี้มันมีปัญหาอะไรมากมาย
มึงก็มาบ่นว่า "พยายามที่สุดแล้ว แต่มันไม่พร้อม"
ไอ้ห่า = =!!
กรูล่ะอยากจะเข้าไปซัดกบาลแม่งให้หลุดกระเด็นไปนรกชั้น 69 จิงๆ
 
สรุปตอนนี้อนาคตชีวิตเด็กรุ่นกรูที่เป็นผู้เป็นคนเหมือนกับมึง
กลับกลายเป็นเหมือนแค่หนูทดลองกลุ่มนึงในห้องแลป
 
เซ็ง..
 
 
- - - - - - - - - - - - - - - - - -
 
 
รู้สึกตัวเองนิสัยแย่ลงมากๆ หยาบขึ้น เถื่อนขึ้น
พูดจาไม่เพราะมากยิ่งขึ้น
กล่าวคำผรุสวาทบ่อยมากขึ้น
จนเรียกได้ว่าไม่เคยพูดดีเลย.. ถ้าไม่ใช่กับผู้ใหญ่ที่นับถือ
(หมายความว่า.. กับผู้ใหญ่บางคนที่ไม่นับถือ
กรูก็ด่ามันไปแล้ว ฮ่าๆๆๆ)
 
แถมยัง ลามกขึ้น หื่นขึ้น
อันนี้ชีวิตประจำวันอาจจะมองไม่ออก
แต่จะเห็นได้จากการเลือกสูบ โดจิน กะ ซีจี วาย
(ที่สูบมากขึ้นเรื่อยๆ จนเค้าอัพให้โหลดไม่ทันน่ะแหล่ะ)
ก็มักจะเลือกสูบแต่เรต NC-17
เหอๆๆ..
 
แม้แต่ฟิคในเว็บ fanfiction.net
ก็จะเลือกอ่านแต่เรต m เท่านั้น
ส่วนเว็บบอร์ดทั่วไปก็เหมือนกัน
เรต NC-13 (R) ขึ้นไปตลอด..
 
 
...
 
 
อาจเป็นเพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้หายเซ็งล่ะมั้ง
 
ระหว่างรอแผ่น DVD nana มา
(จะได้ไปเหมาทั้ง nana กะ lily chou chou)
 
ระหว่างรอผลเอนท์
(จะได้มั่นใจว่าได้ไปเรียนที่ไหนแน่ และไม่ต้องคิดมาก)
 
ระหว่างรอให้ร้านลงตัว
(จะได้หาอย่างอื่นทำได้โดยไม่รู้สึกผิดที่ไม่ช่วยงานร้าน)
 
ระหว่างรอมีเน็ตที่บ้าน
(เพื่อจะไม่ต้องเข้าร้าน แต่ได้กลับบ้านเหมือนคนอื่นเค้า)
 
ระหว่างรอ.. อะไรสักอย่าง
 
สิ่งๆนึงที่จะมาทำให้ชีวิตมีค่ากว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้...
 
 
- - - - - - - - - - - - - - - - - -
 
 
 
 
" ... あたたかく溶けだして 確かめるの
 
優しさのしずく この胸にひろがってく ... "
 
 
 
" ... Once I knew that the warmth between us had disappeared,
 
gentle tears started to spread over my chest ... "
 
 
 
~ENDLESS STORY~
 
Vocal : REIRA starring Yuna Itou
Lyric : D.A.Thomas & ats
 
 

colourless dreamless lifeless

ย้ายร้าน
ที่แคบลง
ค่าเช่าขึ้น
จัดของไม่ลงตัว
อารมณ์เสียง่าย
คุยกับพ่อแม่ไม่ค่อยรู้เรื่อง
ทะเลาะกันบ่อยๆ
ไม่อยากอยู่ใกล้ๆ ไม่อยากทะเลาะ
แต่ก็ต้องมาร้านอยู่ดี เพราะช่วงนี้ยังยุ่งๆอยู่
 
คอมเราไม่มีที่วาง
คอมเราไม่ได้เปิด ต้องยกกลับไปบ้าน
ที่บ้านไม่มีเนต
(ที่จิงมีแต่อืดมาก เพราะสายโทสับห่วย ขอไฮสปีดก็ไม่ได้)
ถึงมีก็กลับบ้านดึก ไม่ได้เล่น
ช่วงนี้คะแนนแอดฯออก
กำลังเป็นช่วงสำคัญ
เพื่อนๆรู้ข่าวสารตลอด
..เราตกข่าว
 
อารมณ์เสียเลยคิดว่าอยากอยู่หอ
อยากไปให้พ้นๆ
คิดว่าน่าจะมีความสุขดี
แต่ก็สงสารแม่
แม่บ่นว่าถ้าไปก็คงเหงา
แม่เห็นครอบครัวของป้า
ป้ามีลูกสองคน (พี่ชายเรา)
คนนึงพึ่งจบ มธ. กำลังจะต่อโท
อีกคนพึ่งปีสอง จุฬา
คนแรกอยู่หอ
อีกคนอยู่บ้านแต่ก็กลับดึก
แม่เลยบอกอยากให้เราเข้าเกษตรฯ
แต่เราไม่อยาก..
ไม่ชอบอ่ะ ก็รู้ๆเหตุผลกันอยู่
ถ้าคะแนนมันถึงก็อยากจะเข้าอักษรฯจุฬาให้ได้
ไม่อย่างนั้นก็หลุดมาอยู่ศิลป์ศาสตร์ มธ ..คงดี
 
ตอนนี้รู้แล้วว่าคอมกะเนตเปนสิ่งที่ขาดไม่ได้
ถ้าไม่อยู่หอก็คงไม่ได้เล่นเนตเร็วๆ
เนตที่บ้านจ้างให้ก็ไม่เล่น
 
ตอนนี้ถึงจะยังได้เล่นคอมอยู่
แต่พอไม่ใช่คอมตัวเอง
มันก็ไม่มี favorites ที่เข้าประจำ
ไม่มีคลังของไร้สาระที่เก็บเอาไว้
ทั้งรูป
ทั้งคลิป
ทั้งพีวี
ทั้งเพลง
ไม่กล้าโหลดของหนักๆ
ไม่กล้าเข้าไปอ่านโดจินวายที่มีฉากแรงๆ
...ไม่มีความเป็นส่วนตัว
(แม้แต่ตอนนี้ก็ไม่กล้าโหลดฟอนท์มาอัพสเปซ
ทนพิมตัวเล็กๆ ไม่สวย ไม่งามอยู่เนี่ย)
 
ทุกสิ่งทุกอย่างเซฟอยู่ในคอม
เวลามี account ก็ไม่จำ
ทั้ง user ทั้ง pass
จดไว้กะ notepad
..อยู่ในนั้นทั้งนั้น
 
แล้วจะไม่ให้มันเป็นเหมือน oxygen ได้ไง
 
เซ็งโค่ด.. สับสน.. เบื่อ..
เครียดด้วยหลายๆสาเหตุ
 
1. ทั้งๆที่อยากจะทำอะไรมากมายแต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากทนอยู่ร้าน
2. ไม่มีคอมคู่ใจอันเป็นเลือดเนื้อและชีวิต (เว่อร์จิง)
3. รอผลแอดฯด้วยความหวังที่ไม่ค่อยจะมี
4. ชีวิตทั้งชีวิตมีดีแต่เรื่องเรียน ถ้ามันไม่ได้ดีก็ไม่รู้จะทำอะไร
5. อยากเอาดีกะเรื่องขีดๆเขียนๆมั่งแต่ก็เขียนอะไรไม่ออก
6. จับปากกา/จับคีย์บอร์ดที ก็มีออกมาแต่ตัวหนังสือเศร้าๆ บังคับใจตัวเองไม่ได้สักที
7. ฯลฯ อันเป็นอาการข้างเคียงไม่รู้จบ และไม่สามารถแจกแจงได้หมด
 
เวลาอารมณ์ดาวน์ๆนี่ก็สาธยายได้เยอะจริงๆน๊ะ
ก็ตอนนี้มันกำลังอยู่ในช่วงสงสารตัวเองสุดๆ
เดี๋ยวสักพักคงทำใจได้แล้วหล่ะ
 
เข็มนาฬิกามันพาเรื่องบัดซบพวกนี้มาได้
มันก็ต้องพาออกไปได้เช่นกัน
แต่ถ้าเราแข็งแรง..
เราคงจะออกแรงผลักมันไปได้ด้วยตัวเองสินะ
คงจะเร็วขึ้น..
แต่ตอนนี้ปล่อยมันจมจ่อมอยู่แถวนี้ไปก่อนแล้วกัน
เหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไรกับมันแล้ว
แม้แต่คิดก็เหนื่อยสมองเปล่าๆ
 
ไม่ต้องการใครมาสงสารหรอกนะ
แล้วยิ่งไปกว่านั้นก็ไอ้พวกที่มองมาด้วยสายตาดูถูก
คาดเดาอะไรต่างๆนาๆ
ทั้งๆที่ก็รู้ๆสัจธรรมกันอยู่หน่ะ..
 
ไม่มีใครจะเข้าใจอะไรได้มากกว่าที่เจ้าของเรื่องราวจะเข้าใจ
ไม่มีใครสามารถตัดสินอะไรแทนเจ้าของปัญหาได้หรอกนะ
 
จำไว้ว่า.. ถ้าหากมีแม้แต่ความคิดเหล่านี้ขึ้นในหัวพวกเทอแม้แต่นิด
ก็ขอให้รู้ไว้ว่าเทอคือคนที่เราอยากให้ไปตายซะให้ไกลๆตีน
 
แต่สำหรับคนที่มีความหวังดี
มีกำลังใจมอบให้กันอย่างจริงใจก็ขอบคุณมาก
อยากให้รู้ว่าพวกเทอเป็นสิ่งที่จะทำให้เราผ่านพ้นสิ่งเหล่านี้ไปได้แน่ๆ
 
จบ entry วันนี้ดีกว่า
รู้สึกตัวเองบ่นมามากพอแล้ว
 
 
 
 
 
 
"เมื่อฉันดับแสงสปอตไลท์
เมื่อเศษขยะจากปาร์ตี้ถูกเก็บกวาด
ห้องๆนี้ก็มีเพียงแค่ความว่างเปล่า
ผู้คนเหล่านั้นหายไปไหน
 
เสียงเพลงที่ถูกหรี่ลงเหลือเพียงแผ่ว
เตือนฉันให้นึกถึงความโดดเดี่ยว
เงียบเหงา.. คือคำที่แทรกอยู่ในทุกอณู
ชั่วโมงที่ผ่านมาคืออะไร
 
ยามที่เหมันต์ฤดูมาเยือนต้นไม้ต่างผลัดใบ
หากไม่ใช่ต้นสนจะเหลืออะไรให้คนมอง
กิ่งก้านที่แห้งแล้งปกคลุมด้วยหิมะสีขาว
เกล็ดเหล่านั้นแสนเยือกเย็น..
 
จะมีสักกี่คนที่พร้อมจะทอดเงาอยู่เคียงข้าง
จะมีสักกี่คนที่อยากอยู่ต่อหลังปาร์ตี้
เมื่อต้นไม้ไม่มีผลที่หวานฉ่ำให้เก็บเกี่ยว
เมื่อไม่มีอาหารรสเลิศให้ดื่มกิน
 
ทั้งหมดของทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้
มันคือความว่างเปล่าเท่านั้น
 
แท้ที่จริงมันเป็นเช่นนี้เอง"
 
 
FuYuKi - An evening in April 2006
 

BrokeN WingS

ที่ผ่านมาอ่านหนังสืออยู่แนวเดียว

สืบสวน-สอบสวน-แอคชั่น-มันส์ระห่ำ

เราว่าหนังสือแนวนี้

มันต้องมีสารยับยั้งต่อมจิ้นอยู่แน่ๆ

เพราะช่วงนี้เขียนตัวหนังสืออะไร

ก็ติดๆขัดๆ.. แถมตื้อๆตันๆ.. บอกไม่ถูก

(อย่างที่บ่นมาในเอนทรี่ก่อนๆนั่นแหล่ะ)

 

เมื่อวันก่อนนู่นก็ไปซื้อมาอีกเล่ม..

คราวนี้ออกแนวดราม่า(ไม่)นิดหน่อย(มั้ง)

The Death of VISHNU

ของนักเขียนหน้าใหม่เป็นคนอินเดีย

แต่บรรยายสังคมประเทศตัวเองซะ..

ทำเอาเราแสยงปนเหนียกพิลึก - -*

 

เรื่องของเรื่องคือวันก่อน

ไปดำผุดดำว่ายอยู่ในเว็บรวม Quote เว็บนึง

รุ้สึกเหมือนมันจะรวมเกือบหมดโลกไว้เลยมั้ง

ชอบอันนี้มากๆ ถูกใจดี..

 

"Where the spirit doesn’t

Work with the hand

there’s no art" ~ Leonardo Da vin Ci

 

อื้ม~ ถ้าเรายังไม่จัดการกับหัวใจ

มือคงเขียนอะไรดีๆออกมาไม่ได้สักทีหรอก

*ยอมรับอย่างเส้าๆ* ...... TT^TT

 

เออ.. จนกระทั้งตอนนี้

ก็ยังมีความคิดที่ว่าตัวเองแย่เอาซะจริงๆ..

ไม่เริ่มทำสิ่งที่อยากจะทำสักที

จนรู้สึกว่าไม่มีความฝันไหนสักเรื่อง

ที่เราทำมันจนสำเร็จ..

ทุกอย่างหยุดอยู่กับการรอผลแอดฯ

ซึ่งนั่นมันก็เป็นแค่ข้ออ้างชัดๆ

ที่จริงเรารู้ตัวว่าเป็นแค่ไอ้ขี้แพ้

มัวแต่เฝ้ามองผู้คนที่เปล่งประกาย

แล้วก็อิจฉาเค้า..

 

เอาแสงสว่างรอบๆตัวพวกเค้า

มาสังเคราะห์ให้เปลี่ยนเป็นความมืด

แล้วก็เอามากด.. ทับถมตัวเอง

ให้อยู่กับที่เดิม.. ไม่มีแรงเดินต่อไปข้างหน้า

ปล่อยให้ความอิจฉาและท้อถอยครอบงำ

 

เวลาคิดถึงความฝันของตัวเอง

แล้วคิดว่า -ไอ้ฝันเหล่านี้- ของคนอื่น

เค้าเริ่มต้นและรุดหน้าไปไกลถึงไหนๆแล้ว

บางคนประสบความสำเร็จ..

ด้วยอายุที่น้อยกว่าเราด้วยซ้ำไป

แล้วเราพึ่งเริ่มตอนนี้..

มันจะเป็นไปได้ยังไง.. ที่จะสำเร็จ ?

เพราะคำว่าสำเร็จของเรา

เราไม่ได้ต้องการแค่เอาชนะตัวเอง

(อย่างที่หลายๆคนบอก)

แต่เรารู้ตัวว่าถ้าเราทำอะไร

ก็ย่อมอยากได้การตอบรับจากคนมากๆ

อยากเป็นที่ยอมรับของคนอื่น

อยากเป็นที่รู้จัก.. อยากมีชื่อเสียง

(ใครๆก็คงคิดแบบนี้ล่ะมั้ง ?)

แต่มันขัดกับบุคคลิกเราใช่ไหม ?

ขัดกับสิ่งที่เราเป็นอยู่ตอนนี้ด้วยสินะ ?

แปลกจริงๆนั่นแหล่ะ.. ตัวเราหน่ะ

 

เพราะสิ่งที่เราเกลียดอีกอย่าง

ก็คือการมีใครมองว่าเราไม่เอาไหน

ไม่ชอบให้ใครมองว่าโง่

ไร้ความคิด หรือ ทำอะไรไม่เป็น

..เวลาที่เราจะลองในสิ่งใหม่ๆ

ถ้ายังไม่ได้เริ่มและยังไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง

มันก็จะเกิดความกลัว..

กลัวว่าทำไปแล้วจะไม่ได้ดี

ลนลานและอยากจะเริ่มทำมันเสีย

ให้รู้แล้วรู้รอดไปข้างนึง

ไม่ว่าจะทำอะไร..

เราอยากให้สิ่งที่เรารับรู้

มีแต่คำว่า เราทำมันได้ดี

 

เห็นได้ชัดๆเลยกะการจบมอหก

ตอนนี้เรามีแต่ความกลัว

ที่ผ่านมาผลการเรียนอาจไม่เรียกว่าดี

แต่ก็อยู่ในกลุ่มที่เรียกว่าใช้ได้

เราคงทนไม่ได้ถ้าเข้าไปในรั้วมหาลัย

แล้วเราไม่ได้อยู่ในอันดับต้นๆอย่างเดิม

กลัวว่าจะไม่เป็นที่สนใจอย่างเดิม

สิ่งที่ราตั้งใจและได้รับมาจากมอปลาย

ทำให้เราถือตัว..

เราคงทนไม่ได้ถ้าเราไม่ได้มัน

มาไว้ในครอบครองอีกครั้ง

 

อยากให้มันเจาะจงลงไปสักที

อยากเร่งเวลาให้ถึงวันนั้นเร็วๆ

วันที่เราก้าวเข้าไปในรั้วมหาลัย

ที่ไหน.. อย่างไร.. เมื่อไหร่(ว่ะ)

อึดอัดที่ต้องทนรออยู่แบบนี้จิงๆน๊ะ

 

ตอนนี้ถ้าใครเปรียบ..

พลังในการทำตามความฝัน

เป็น ปีก

เราก็คิดว่าตอนนี้ปีกของเราคงหัก

แล้วก็มีแผลบาดฉกรรจ์ทีเดียว

อยากห้ามเลือดให้หยุดไหล

แล้วก็ทำแผลซะ..

แต่บาดแผลนี้มันมีมานาน..

แล้วก็ค่อยๆขยายกว้างขึ้นมาเรื่อยๆ

จนเราคิดว่ามันช่างเยียวยาได้ยากเสียจริง

มันไม่ได้ง่ายแค่หยิบกล่องพยาบาลออกมา

แต่มันก็คงไม่มีวันสำเร็จแน่ๆ

เพราะใจเรายังไม่เลิกท้อถอยอยู่นี่เอง

 

ไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้บังคับใจตัวเองได้

ทั้งๆที่ได้ยินหลายๆคนเค้าสอน

อย่างบทความของ อาวินทร์ ก็ด้วย

ที่พึ่งอ่านเจอเมื่อวานนี้..

 

  ความล้มเหลวส่วนใหญ่เกิดจาก

การที่เราเป็นคนเก็บฝันในลิ้นชักนั้นเอง 
   ทุกครั้งที่เห็นคนอื่นประสบความสำเร็จ

หลายคนเอ่ยประโยคยอดฮิต

นั่นเป็นสิ่งที่ฉันเคยคิดจะทำนี่นา...
   เส้นแบ่งระหว่างความสำเร็จ

กับล้มเหลวเป็นเส้นบางนิดเดียว

โลกนี้ไม่มีฝันโง่ๆ ..มีแต่ฝันที่ทำหรือไม่ทำ

~ คุณอาวินทร์ เลียววาริณ

 

แต่ถึงจะรู้อย่างนั้นใจของคนเรา

มันก็บังคับกันยากใช่เล่นเลยจริงๆน๊ะ

มันคงจะเป็นสัจธรรมไปแล้วล่ะมั้ง

ไอ้การที่ใจไม่อยู่ใต้อำนาจสมองเนี่ย

แย่จริงๆ .....

 

 

 

anarchy in me

ขี้เกียดๆๆๆๆขี้เกียดอัพสเปซมากมาย

ปิดเทอมไม่มีอะไรน่าพูดถึงเท่าไหร่เลย

มีแต่เรื่องน่าเบื่อทั่วๆไปนั่นแหล่ะ

เปิดร้านทุกวัน ไม่ได้ไม่เที่ยวไหนอยู่แล้ว

ถึงเมื่อวานนี้หยุดแต่ก็ยังอยู่แต่ในเมือง

ไม่เห็นจะได้ไปไน๋ไกลเล้ย~!!

 

ตอนนี้ได้ deception point มาแล้วล่ะ

อ่านไปเกือบครึ่งเล่มแล้ว.. ก็สนุกน๊ะ

แต่เพราะเล่มนี้มันวิชาการเยอะไปหน่อยมั้ง

หรือเพราะไรก็ม่ะรุ้ มันไม่ค่อยเหมาะกะคำว่า

Unputdownable สักเท่าไหร่หง่ะ

สำหรับเราคนเดียวอ่ะมั้งน๊ะ - -*

ยังไงก็ตาม dan brown ยังคงเป็นนักเขียน

ที่ครองจายเราอยู่ในช่วงนี้อยู่ดี.. หุๆๆ

ได้ข่าวที่แน่นอนมาแย้วด้วยน๊ะว่า

The Da Vinci Code กะลังทำเป็นหนังอยู่

กะค่าย Columbia Pictures งั๊บ

อยากรู้ว่าจะเอาใครมาเป็นพระเอก-นางเอกน่อ

คริกๆๆ มีความสุขกะการรอคอยหนังเรื่องนี้เจรงๆ

 

เออ.. ช่วงนี้อยากเร่งเวลาให้เดินไปเร็วๆจัง

หลายๆเรื่องเลย.. ไม่อยากนั่งลุ้นอยู่เฉยๆหง่ะ

มันเหมือนไม่มีอนาคตไงม่ะรุ้ = =*

อีกอย่างอยากให้ถึงวันที่ 4 เมษาฯเร็วๆดัวะ

เพราะมันเป็นวันมีตติ้งของ G.MaHiN น่ะเอง

คิดถึงเพื่อนๆแล้วน๊า.. ยังห่างกันมาไม่นานเลย

พึ่งไปนั่งรมควันหมูกะทะกันอยู่เลย - -*

(พูดให้ถูกคือคิดถึงตลอด

แต่ช่วงนี้มันอารมณ์เปลี่ยว

เลยเพ้อๆไปเท่านั้นเองแหล่ะ)

 

เห้อ.. อยากผลิตเวิร์ดออกมาอีกจังน๊า..

หลังๆมานี้ไม่อยากเขียนเลย

เพราะไม่ว่ายังไงก็ออกมามีอารมณ์เดียว

คืออารมณ์เศร้า แน่ๆ - -*

..ตอนนี้เลยเกิดความรู้สึกที่ว่า

ถ้าลงมือเขียนอีกที

ฝีมือเราต้องตกลงไปแน่ๆเลย

จะเรียบเรียงความคิดได้ถี่ถ้วนอย่างเดิมรึเปล่า

จะเลือกสรรคำพูดได้ดีอย่างเดิมไม๊

อืม.. คิดๆดูแล้ว เรื่องนั้น- ก็

ส่งผลกระทบร้ายๆหลายอย่างเน้อะ

แถมยังกินระยะเวลานานอีกด้วย

แย่จริงๆเล๊ย > <~!!!

 

อ๊ะ.. ลืมอีกอย่างไปสนิท

ตอนนี้ต้องทำ artwork หน้านึง

เพื่อนๆเค้าสั่งมาแล้วว่าให้เป็นรูปเครื่องบิน

แล้วก็มีรูปเพื่อนๆโผล่ออกมากจากหน้าต่าง

ตอนนี้ยังม่ะเริ่มเล๊ย - -*

แค่เอารูปต้นฉบับมาลบชื่อสายการบิน

กะใส่ชื่อใหม่เป็น BD2AIRLINE เท่านั้นเอง

เหอๆๆ ไน๋จะงานระดับอีก.. ไม่เริ่มเหมือนกัน

คอลัมน์เขียนเกีย่วกะความรู้สึกถึงคณาจารย์

โฮกๆๆ.. ได้เวลาลงมือปั่นสักทีน๊ะ T^T

 

เอ้อ~! มีอีกเรื่อง ลืมไม่ได้เลย

มีตบอร์ดปองๆวันที่ 18 นี้วันเกิดย่าบิวต์

ฮ่าๆๆต้องไปให้ได้ งานเน้ต้องไม่พลาด

(เพราอยากไป+มีแรงกดดันบังคับ - -*)

แต่เรื่องของเรื่องคือยังไม่ได้เกริ่น

ไม่ได้ขอ ไม่ได้พูดอะไรกะแม่เล๊ย

..นี่มันวันที่ 16 แล้วนี่หว่า  ว๊ากกก~~!!

จะขออนุญาตทันไม๊ว่ะเนี๊ย > <~!!

 

ทะมัยตอนเริ่มๆก็ว่าชีวิตน่าเบื่อๆ

แต่เขียนจะจบมันยุ่งเหยิงจังว่ะ..

เหนียกจิงกรู๊~~!! TToTT;;

 

 

I love DAN BROWN > <~

ช่วงนี้เซ็งแล้วก็เบื่อมากมาย

หนังสือในคลังก็อ่านจนหมดแล้ว

เมื่อวานพึ่งไปเบิกตังมา 500.-

กะว่าจะไปซื้อหนังสืออีก

อยากซื้อ deception point

ของแดนบราวน์อ่ะ..

หลังๆมานี้เริ่มรักเฮียแกมากขึ้นทุกที

ถ้าได้เล่มนี้ก็จะมีชุด unputdownable

ของเฮียแกทั้ง 4 เล่มครบเลย 555+

บ้าดีหว่ะ.. แต่ก็รักจริงๆอ่ะ

แกวางพล็อต-หาข้อมูล-เรียบเรียง-ตุ๋น-ขมวดปม

จนสุดท้ายก็ตบหน้าคนอ่านทีละฉาดจนจบเล่ม

..เป็นคนที่เขียนเป็นอยู่แนวเดียว

แต่อิงข้อมูลจากหลายสาขาวิชา

อาจจะมีนักเขียนคนอื่นเก่งกว่านี้

(มันก็ต้องมีอยู่แล้วหล่ะ)

แต่ระหว่างที่อ่านของแดนบราวน์

เรานี่โค่ดทึ่งอ่ะ.. เอาเป็นว่าคนบ้าไรม่ะรุ้

เขียนเรื่องศิลปะก็ได้ ภาษาศาสตร์ก็ดี

ศาสนาลึกซึ้ง ข้อคิดก็คมใช้ได้เลย

เรื่องวิทย์-เทคโนฯก็เขียนไม่น่าเบื่อ

เด็กศิลป์อย่างเรายังเข้าใจได้เลย

(แถมเดาเรื่องรหัสที่มาจากเลขไอโซโทบออกอีก

แอบภูมิใจเล็กๆนะเนี่ย เดาใจป๋าบราวน์ถูกดัวะ

เอิ๊กส์~บ้าไปแว้ว..)

แต่หลังจากอ่าน digital fortress จบ

เรามีข้อสงสัยอย่างนึง..

มันคือรหัสที่เฮียแกให้ไว้ท้ายเล่ม

เราไม่ได้สงสัยเพราะถอดไม่ออกน๊ะ

แต่เราสงสัยเพราะเราลองเข้าเน็ตดู

ไม่มีฟอรั่มคนไทยที่ไน๋เลยที่ถกกันเรื่องนี้

(ปกติจะมีนะ davinci code ก็เห็นถกกันอยู่)

เราก็เลยงง.. เกือบจะคิดว่าเป็นรหัสหลอกๆ

แบบเป็นส่วนนึงของปกอ่ะ

ทำให้หนังสือดูขลังขึ้นมาเท่านั้น..

ปรากดว่าเอะใจ.. ลองเสิดของตปท.ดู

หูย.. ได้คำเฉลยเสร็จสรรพเลยไง๊~

คนเค้านั่งถกกัน-ช่วยกันคิดในเนตบานเลย

ตอนนี้เลยเข้าใจแล้วก็ซึ้งจัย..

ว่าคนไทยมันขี้เกียจกันอย่างนี้นี่เอง

(นี่กูด่ารวมตัวกูเองเข้าไปด้วยใช่ไม๊? 555+)

Shallow Relaxation

สอบเอดฯเสร็จแล้วว่อย~~~!!!

แต่ทำไมความเครียด..

มันยังดูไม่ลดน้อยลงเลยก็ไม่รู้

เอาเห่อะ ช่างแ_งมัน

ไม่สนล้ะ..

ตอนนี้มีหนังสือรอให้อ่านอยู่มั่กมาย

ฮ่าๆๆ หลังจากหักห้ามใจมานาน

มีทั้ง digital fortress

(ล่ารหัสมรณะ ของแดน บราวน์)

Si c’etait vrai

(ที่เอามาทำ just like heaven อ่ะ)

Arsene lupin (เล่มต่อ ตอนเข็มกลวง)

เหอๆ โดยเฉพาะลูแป็งนี่ดองนานมาก

อยากอ่านแทบตาย..

ได้มาตั้งแต่งานหนังสือคราวที่ล่าสุด

สุดท้ายก้อมีแต่ข้อสอบเอนท์เก่าๆ

พวกมันเลยโดนเบียดตกขอบไปเลย

ขอโทษนะจ๊ะ >_<~

ลูแป็งสุดหล่ออย่าโกรธเค้าน๊ะ

นางเอกดิจิตอลฟอร์เทรสสุดสวยก็เหมือนกัน

ได้อ่านไปหน้าสองหน้า

ตอนนี้ลืมชื่อหล่อนไปแล้ว

คริๆๆ ตอนนี้หล่ะได้ที

จะอ่านอย่างสุขขีสุขโขเลย

ก็ต้องพยายามลืมวันผลออกไปสักพัก

(1 เมษาฯหล่ะ.. เหอๆ)

ไปก่อนหล่ะ *---*

จอมโจรที่รักของเค้ารอเค้าอยู่

กริ๊กๆ > <~!!

 

 

Experimental Mice

สอบโอเนตเสร็จไปแล้ว

เอเนตก็เสร็จไปอีก 2 วิชา

อังกฤษกับสังคม

ตอนนี้เหลืออีกวันนึง

ต้องสอบไทยกะฝรั่งเศส

ไทยไม่เครียดเท่าไหร่ล้ะ

แต่ฝรั่งเศสยังโง่อยู่เลย

ตั้งแต่ลองทำมาไม่เคยได้ดีอ่ะ

มีแต่ 50 กว่าจะ 60 แค่นั้น

ตอนแรกรุ้สึกเซ็งแต่ตอนนี้ปลง

ช่างมันแล้ว.. อะไรๆก็ชั่งมันดีกว่า

เท่าที่ทำมาวิชาไหนๆก็พอจะโอเค

แต่อังกฤษทั้งโอเนต-เอเนตเน่ามาก

ก็เป็นอย่างที่บอกไปแล้ว..

มันต่างกะข้อสอบเอนท์แบบเก่ามาก

แล้วเราไม่ได้เตรียมตัวมาเพื่อมัน

เราไม่ได้ท่องศัพท์เฉพาะทางยากๆ

เราไม่ได้เตรียมรับกับ error iden

มากเท่าที่ควร แค่ลองทำใน cu-tep

มา 4 ชุดแค่นั้น ไม่มีอะไรมากกว่านั้น

แล้วมันก็ดันยากกว่าซะอย่างงั้น - -*

ให้มันรู้ไปสิ่.. การสอบเข้าไปเรียนป.ตรี

มันยากกว่าสอบเรียนต่อป.โทของจุฬาฯอีก

โค่ดจะปลงจนจะละสังขารอยู่ล้ะ.. สุดท้าย

ก่อนจะไปนั่งไฟท์กะข้อสอบฝรั่งเศสต่อ

ขอ DAMN ไอ้อดิศัย โพธารามิก.. กุเกลียดเมิงสุดๆ

(ถึงจะน้อยก่าหน้าเหลี่ยมนิดนึงก็ตาม)

ไอ้พวกไม่มีงานทำ.. ไม่แหกตาดูความเป็นจริง

กระดิกนิ้วตีนร่างระบบห่วยๆ

ไม่มีความรับผิดชอบ.. เห็นเด็กรุ่นกูเป็นหนูทดลอง

เชรี่ยเอ๊ย~~~!!!

 

DAMN NEITS !!

วันนี้สอบแอดมิดฯวันแรก

อยากจะเป็นโรคจิตให้รู้แล้วรู้รอด

จากที่เคยมั่นใจในตัวเอง

เคยทำข้อสอบปีก่อนๆมา..

ได้ 70 กว่าๆ ทั้งไทย-สังคม

อังกฤษก็ 80 กว่าๆ มาเรื่อยๆ

ตอนลองทำ error ใน cu-tep

ก็พอถูไถ.. ใจหวังไว้ถึงอักษรฯจุฬาฯ

วันนี้พอเข้าไปเจออังกฤษจริงๆ

ออกจากห้องสอบแทบจะร้องไห้

อยากจะกรี๊ดดังๆแต่ก็ทำไม่ได้..

มนุษย์ฯเกษตรฯก็ยังไม่รู้จะติดรึเปล่า

เห็นเด็กรร.อื่นมันดูชิวๆกันมาก

ก็แสดงว่าเราโง่เอง.. หลงตัวเอง..

ประมาณข้อสอบต่ำไปเอง..

คะแนนออกมาถ้า 60 ขึ้นก็ถือว่าบุญแล้ว

 

ส่วนสังคมไม่อยากพูดถึง

รู้สึกเหมือนข้อสอบมันง่าย

ใจนึงก็เลยคิดว่าในเมื่อมันง่ายสำหรับเรา

มันก็ต้องง่ายสำหรับคนอื่นด้วย

ก็ไม่มีประโยชน์อะไร..

แต่อีกใจนึงกลัวว่าที่ตอบไปจะผิด

กลัวโดนข้อสอบหลอก

ระแวงมากไปรึเปล่า ?

ก็คงเป็นผลพวงมาจากอังกฤษมั้ง

 

ชั่งมันเถ่อะ.. ปลง

จีพีเอ 3.87 (โดยการปล่อยเกรดนิดๆ)

ถ้ากรุณาพิจารณาจากคะแนนข้อสอบเอนท์เก่า

สถาบันเอกชนแห่งไน๋ (โดยเฉพาะเอแบค) อยากให้ทุนนู๋

เตรียมใจไว้นะค่ะ.. จะไปอ้อนวอน TT^TT;;

เห็นใจนู๋ที.. บ้านไม่จน แต่อยากเรียนทุนเพราะขี้งกอ่ะค่ะ (ฮา)